ทางเข้า Sbobet

โรนัลโด้ขอค่าแรงแพงกว่าเมสซี่เท่าไหร่

   สื่อสเปนเจาะลึกถึงโต๊ะเจรจามหากาพย์ขึ้นค่าเหนื่อยของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะซูเปอร์สตาร์ “ราชันชุดขาว” ระบุชัด “โด้” ขอร้องต้องแพงกว่าคู่ปรับ ลิโอเนล เมสซี่ แข้งทอง “เจ้าบุญทุ่ม”คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้า เรอัล มาดริด กำลังเรียกร้องต้นสังกัดจ่ายค่าเหนื่อยให้มากกว่า ลิโอเนล เมสซี่ ดาวเตะ บาร์เซโลน่า เพียง 1 ยูโร (ประมาณ 39.09 บาท) เพื่อเป็นการยืนยันว่าตัวเองคือนักเตะที่ดีที่สุดในโลก และมีค่าแรงแพงที่สุดในโลก ก่อนที่จะตกลงปลงใจยินยอมเซ็นสัญญาฉบับใหม่อยู่โยงด้วยกันต่อไป

   มุนโด้ เดปอร์ติโบ สื่อดังแดนกระทิงดุ รายงานข่าวเมื่อวันศุกร์ที่ 23 มีนาคม ที่ผ่านมา ว่า “ราชันชุดขาว” เปิดเจรจากับ โรนัลโด้ เกี่ยวกับการปรับปรุงเงื่อนไขในสัญญาฉบับเดิมที่จะหมดอายุในช่วงฤดูร้อนปี 2021 มาพักใหญ่แล้ว โดยกัปตันทีมชาติโปรตุเกสกำลังร้องขอค่าเหนื่อยฤดูกาลละ 41 ล้านยูโร (ประมาณ 1,640 ล้านบาท) หลังจากที่ เมสซี่ กำลังรับอยู่ซีซั่นละ 40 ล้านยูโร (ประมาณ 1,600 ล้านบาท) ตามสัญญาใหม่
   

   ตามสัญญาปัจจุบันนั้น อดีตปีกจอมสับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วัย 33 ปี ได้ค่าแรง 30 ล้านยูโร (ประมาณ 1,200 ล้านบาท) ต่อฤดูกาล ซึ่งทำให้เจ้าตัวรั้งเพียงอันดับ 3 ในทำเนียบนักเตะค่าเหนื่อยแพงที่สุดในโลก รองจาก เมสซี่ และ เนย์มาร์ ดาวยิง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่รับอยู่ฤดูกาลละ 36.4 ล้านยูโร (ประมาณ 1,456 ล้านบาท) ตามลำดับอย่างไรก็ตาม การเจรจาดังกล่าวที่ยังคงดำเนินอยู่นั้น เกี่ยวข้องกับเม็ดเงินค่าตอบแทนของ โรนัลโด้ เท่านั้น โดยจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงระยะเวลาในสัญญาฉบับปัจจุบันแต่อย่างใดทั้งสิ้น

ทางเข้า Sbobet

5 เหตุผลที่เรอัล มาดริดจะดับฝันเปแอสเช ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

    เรียกได้ว่าเป็น คู่บิ๊กแมตช์ที่รอคอยสำหรับ การเจอกันของ 2 ทีมยักษ์ใหญ่อย่าง เรอัล มาดริด กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ใน ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งจะทำการแข่งขันในวันแห่งความรัก พุธที่ 14 กุมภาพันธ์ เวลา 02.45 น. โดยในวันนี้เราได้รวบรวม 5 เหตุผล ที่ แชมป์เก่าอย่างราชันชุดขาว จะดับฝัน เปแอสเช ในถ้วย บิ๊กเอียร์ ในปีนี้

     1.ประสบการณ์

    ชัยชนะอาจเกิดจากหลายๆสิ่งมารวมกัน ไม่ว่าจะเป็น การทำงานหนัก การฝึกฝน แรงจูงใจ และอื่นๆ แต่เหนือสิ่งอื่นใด ในโลกของฟุตบอล สิ่งหนึ่งที่จะทำให้ได้เปรียบในการแข่งขันก็คือเรื่องของประสบการณ์ ซึ่งในส่วนนี้ นักเตะของ เรอัล มาดริด มีไม่แพ้ทีมใด จากการเป็นแชมป์เก่ามา 2 สมัย รวมถึงเป็นแชมป์มากที่สุดในรายการนี้อีกด้วย และหากพูดถึงเปแอสเช ยังถือว่าประสบการณ์ในรอบ น็อคเอาท์ ยังมีชั่วโมงบินที่น้อยเมื่อเทียบกับ ราชันชุดขาว ที่กุมความได้เปรียบในส่วนนี้

    2.ขุนพลโดยรวมยังดีกว่า 
    แม้ฟอร์มในช่วงนี้ของ ชุดขาว จะดูไม่ดีมาก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เรอัล มาดริด เป็นศูนย์รวมของนักเตะระดับโลก ในทุกๆตำแหน่ง ไล่ตั้งแต่ ผู้รักษาประตู แดนหลัง แดนกลาง และเกมรุก ล้วนอุดมไปด้วยนักเตะที่เก๋า และมากประสบการณ์ ซึ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องฝีมือการเล่น เรียกได้ว่า แต่ละคนนี่มีฝีเท้าที่ยอดเยี่ยมทั้งสิ้น โดยเฉพาะในแดนกลาง เมื่อเทียบขุมกำลังของทั้ง สองทีม จะเห็นได้ว่า แดนกลางของ มาดริดนั้นค่อนข้างจะดีกว่าชัดเจน เช่น ผู้เล่น อย่าง โทนี่ โครส,ลูก้า โมดริช เป็นต้น อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่ง ไฮไลท์ของนัดนี้ คือการดวลกันของโรนัลโด้ กับเนย์มาร์ อย่างแน่นอน

    3.เรอัล มาดริดถูกโฉลกกับถ้วยนี้
    ราชันชุดขาว เจ้าของแชมป์มากที่สุดของรายการนี้ โดยหากนับตั้งแต่ ยูโรเปี้ยน คัพ เปลี่ยนชื่อมาเป็น ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก นับตั้งแต่ปี 1993 มาดริด คว้าแชมป์ไปถึง 10 ครั้ง นำเป็น อันดับหนึ่ง นอกจากนี้ยังเป็นทีมแรกที่สามารถทำลายอาถรรพ์ แชมป์เก่า ในถ้วยนี้ได้สำเร็จ เมื่อคว้า แชมป์ติดต่อกัน 2 สมัยได้สำเร็จ ในฤดูกาล 2015/2016 และ 2016/2017 แถม ซูเปอร์สตาร์ของทีมอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ก็ดูจะถูกโฉลกกับถ้วยใบนี้เป็น พิเศษ เมื่อเป็นเจ้าของสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของถ้วยนี้ และในฤดูกาลนี้ แม้ฟอร์มในลาลีก้า จะไม่ดีนัก แต่ในศึกยูฟ่า เจ้าตัวก็เพิ่งสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเตะ คนแรกที่ยิงประตูในรอบแบ่งกลุ่ม ครบทั้ง 6 นัด อีกด้วย

    4.หมดลุ้นในลาลีกาและตกรอบ โกปา เดล เรย์
    จากฟอร์มในลีกที่ย่ำแย่ฤดูกาลนี้ทำให้ ราชันชุดขาว แทบจะหมดลุ้นแชมป์ ในลาลีก้า ไปแล้ว หลังจากตามหลัง บาร์เซโลน่า จ่าฝูง ถึง 17 คะแนน (ลงเล่นน้อยกว่า 1 นัด) รวมทั้งจากความผิดหวังในการตกรอบ ศึก โกปา เดล เรย์ หลังพลาดท่าให้กับ เลกาเนส ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ทำให้ถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกนี้ ค่อนข้างจะสำคัญสำหรับ ชุดขาว อย่างมาก เมื่อเป็นถ้วยเดียว ในฤดูกาลนี้ ที่สโมสรมีลุ้น ซึ่งแน่นอนว่า ทั้งนักเตะ และเทรนเนอร์อย่าง ซีเนดีน ซีดาน คงต้องเน้นเป็นพิเศษกับรายการนี้ !!

    5.สถิติข่ม
    แม้ล่าสุดจะแพ้ ในศึก ICC แต่ก็วัดอะไรไม่ได้ และเมื่อถ้าเทียบกันในเกมอย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่ปี 2013 เรอัล มาดริด ไม่เคยพลาดท่าให้กับ เปแอสเช เลยแม้แต่ครั้งเดียว