ความหวังสุดท้ายหาตัว ผอ. ขอพึ่งหมอปลา มือปราบสัมภเวสี

ผอ.กองการศึกษาหายตัว พ่อแม่หวังพบลูก พึ่งหมอปลา มือปราบสัมภเวสี พร้อมออกค่าใช้จ่ายค่าเดินทางขอให้หมอปลามาชี้จุดที่ลูกสาวอยู่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ น.ส.จุฑาภรณ์ อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำ ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. 60 รวมระยะเวลาแล้วกว่า 1 เดือนเศษ ซึ่งเจ้าหน้าที่ร่วมกับญาติพี่น้องได้ช่วยกันตามหา น.ส.จุฑาภรณ์ อย่างเต็มที่ ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ที่บ้านของ น.ส.หมายปอง อายุ 39 ปี พี่สาวของ น.ส.จุฑาภรณ์ ที่หายตัวไป โดย น.ส.จุฑาภรณ์ จะมาพักอยู่ที่บ้านหลังนี้เป็นประจำ ปรากฏว่า นายบุญเลิศ อายุ 62 ปี และนางแหลม อายุ 60 ปี พ่อและแม่ของ น.ส.จุฑาภรณ์ ร่วมกับญาติพี่น้อง ได้ใช้โน้ตบุ๊กต่อวิดีโอคอลล์คุยกับหมอปลา มือปราบสัมภเวสี ชื่อดังของประเทศไทย เพื่อขอให้หมอปลาช่วยตามหาตัวของ น.ส.จุฑาภรณ์

โดยมีการนำเอาพระแก้วมรกตจำลอง มาตั้งไว้แล้วนำเอารูปภาพของ น.ส.จุฑาภรณ์ มาวางไว้ แล้วนำเอาด้ายสายสินธุ์มาพันรอบรูปภาพโยงไปใส่พระแก้วมรกตจำลอง

จากนั้นนายบุญเลิศได้นำจุดธูปเทียน เพื่อเริ่มพิธีตามคำสั่งของหมอปลา จากนั้น หมอปลาได้ประกอบพิธีสวดมนต์เป็นเวลานานประมาณ 15 นาทีก็แล้วเสร็จ แต่ว่ายังไม่แจ้งสถานที่ให้นายบุญเลิศและญาติพี่น้องทราบ โดยหมอปลาแจ้งว่า จะต้องทำสมาธิค้นหาทั้งคืน จากนั้นจะแจ้งสถานที่ที่จะสามารถพบตัว น.ส.จุฑาภรณ์ ในวันนี้

แม่ของ น.ส.จุฑาภรณ์ กล่าวว่า ตนได้ยินชื่อเสียงของหมอปลามานานแล้ว เมื่อเกิดเหตุลูกสาวของตนหายไป จึงได้ขอพึ่งบุญบารมีของหมอปลา เพื่อขอให้ช่วยแจ้งจุดที่ลูกสาวของตนหายไป และหากว่า หมอปลาไม่ติดภารกิจใดๆ ตนจะขอเชิญหมอปลามาช่วยชี้จุดที่ลูกสาวของตนอยู่ โดยพร้อมจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางทั้งหมด ขอเพียงให้พบตัวของลูกสาวตนเท่านั้น

เรียกทหารยศ “ร้อยเอก” รับทราบข้อหา คดีอุ้ม ผอ.สาวหายตัวนานกว่า 1 เดือน

ตร.ออกหมายเรียกทหารยศ ‘ร้อยเอก’ สอบคดี ผอ.สาวหายตัวนานกว่า 1 เดือน พบอีกเส้นทางการเงินที่เจ้าตัวไลน์ขอยืมครอบครัวกว่า 3 แสนบาท โอนเข้าบัญชีร้อยเอก

จากกรณี น.ส.จุฑาภรณ์ ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ขับรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กษ 8201 เชียงใหม่ หายตัวไปอย่างลึกลับตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. ที่ผ่านมา นานกว่า 1 เดือนเศษ ซึ่งพ่อแม่ญาติพี่น้องเข้าแจ้งความที่ สภ.บึงมะลู เพื่อให้เจ้าหน้าที่ ตร.ช่วยติดตามหาตัว น.ส.จุฑาภรณ์

ล่าสุด เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 60 ที่บ้านซำเม็ง ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ บ้านของนายบุญเลิศ อายุ 62 ปี และนางแหลม อายุ 60 ปี พ่อและแม่ของ น.ส.จุฑาภรณ์ มีบรรดาญาติพี่น้องพากันมาสอบถามความคืบหน้าของการติดตามหาตัว น.ส.จุฑาภรณ์

นางแหลม แม่ของ น.ส.จุฑาภรณ์ กล่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า ในวันแม่ของทุกปี น.ส.จุฑาภรณ์ หรือ อ้อย จะพาน้องใบเฟิร์น อายุ 8 ขวบ ซึ่งเป็นลูกสาวเพียงคนเดียว มากราบตนในฐานะแม่ใหญ่ทุกปี โดยจะซื้อขนมนมเนยและอาหารมากินกันในวันแม่ทุกปี แต่ว่าปีนี้ใกล้จะถึงวันแม่แล้ว อ้อยมาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่สามารถติดต่อได้ จึงอยากขอให้อ้อยติดต่อกลับมาหาแม่โดยด่วนที่สุดด้วย จะเป็นตายร้ายดีแม่ก็รักลูกเหมือนเดิม

ขณะที่ พ.ต.ท.ปิยวัฒน์ ตอสูงเนิน รอง ผกก.(สส.) สภ.บึงมะลู เจ้าของคดีนี้ กล่าวว่าได้ทำเรื่องขออายัดรถเก๋งของน.ส.จุฑาภรณ์ ที่ตรวจพบขณะกำลังทำสีอยู่ที่อู่รถแห่งหนึ่งที่ จ.อุบลราชธานี แล้ว ทีมสืบสวนทราบว่ามีนายทหารคนหนึ่งนำรถของน.ส.จุฑาภรณ์ มาขายให้กับเสี่ย ต.พ่อค้ารถยนต์มือสอง พร้อมนำรถมาให้ช่างอู่เคาะพ่นสีไม่มีชื่อ จ.อุบลราชธานี ขัดลอกทำสีรถใหม่ จึงมาอายัดรถและเข้าตรวจร่องรอยหาหลักฐาน ซึ่งพบเอกสารของ อบต.ชำ ขวดนม ของใช้ส่วนตัวของ น.ส.จุฑาภรณ์ จึงได้ยึดรถคันดังกล่าว ใช้เป็นหลักฐานประกอบสำนวนการสอบสวน

ด้าน เสี่ย ต.เปิดเผยว่า ซื้อรถมาจากน้องที่เป็นนายหน้าหาซื้อรถตามบ้านแล้วนำมาขายต่อให้ตน ส่วนรถคันนี้ น้องคนดังกล่าว ติดต่อซื้อขายผ่านเฟซบุ๊ก หลังตกลงราคาได้ ก็นำชุดโอนลอยรถมาให้ตน ตนก็จ่ายเงินให้กับนายหน้าไป โดยตนไม่รู้จักหรือเคยคุยกับ ผู้ขายรถมาก่อน ยกเว้นน้องคนที่เป็นนายหน้าเอามาขายให้เท่านั้น เมื่อเกิดเรื่องขึ้นตนก็ยินดีให้ความร่วมมือให้เป็นไปตามกฎหมาย เพราะตนก็ซื้อรถมาอย่างถูกต้องเช่นกัน

ส่วนทางด้านคดี เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดี นำเอาหมายเรียก ผู้ต้องหา ขอความร่วมมือส่งหมายเรียกและแจ้งให้ ผู้ต้องหาตามหมายเรียกมาพบคณะพนักงานสอบสวนไปส่งกรมทหารราบที่ 6 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี โดยมีหมายเรียกไปยังนายทหารยศร้อยเอก คนหนึ่ง ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพ เพื่อให้ไปพบหัวหน้าพนักงานสอบสวน ในวันศุกร์ที่ 11 ส.ค. 60 เวลา 13.30 น. ที่บก.ภ.จว.ศรีสะเกษ ซึ่งปรากฏว่า นายทหารยศร้อยเอกไม่อยู่ ทราบว่าไปปฏิบัติหน้าที่ที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารรับเรื่องไว้ เพื่อดำเนินการแจ้งให้นายทหารยศร้อยเอกผู้ที่ถูกออกหมายเรียกได้รับทราบต่อไป

ขณะเดียวกันจากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีนี้พบว่า เส้นทางการเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารของน.ส.จุฑาภรณ์ที่ใช้ไลน์ขอยืมเงินไปจากญาติพี่น้องของน.ส.จุฑาภรณ์ หลายครั้ง กว่า 300,000 บาทนั้น ถูกโอนเงินต่อไปเข้าบัญชีธนาคารของทหารยศร้อยเอก ซึ่งพนักงานสอบสวนรวบรวมไว้เป็นหลักฐานเพื่อประกอบการดำเนินคดีต่อไปแล้ว ส่วนน.ส.จุฑาภรณ์ ที่หายตัวไปแล้วนั้น ยังไม่รู้ชะตากรรมแต่อย่างใด

พบแล้วเก๋งสาวศรีสะเกษ หลังเจ้าตัวหายไปกว่าเดือน

ตำรวจตามพบแล้ว รถเก๋งสาววัย 37 ปี ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ ที่หายตัวไปอย่างลึกลับนานกว่า 1 เดือน แต่ยังไร้วี่แววของเจ้าตัว มุ่งปมขัดแย้งทรัพย์สิน-ชู้สาว

จากกรณีที่ นายบุญเลิศ อายุ 62 ปี ชาว อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วย นายบัวกัน อุ่นอ่อน ผู้ใหญ่บ้าน ม.10 บ้านโนนเจริญ ต.เสาธงชัย ซึ่งเป็นน้องชายและญาติพี่น้องอีก 2 คน ได้เข้าร้องทุกข์กับสื่อมวลชนว่า น.ส.จุฑาภรณ์ อายุ 37 ปี รับราชการในตำแหน่ง ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ ซึ่งเป็นลูกสาวของนายบุญเลิศ ได้หายตัวไปพร้อมด้วยรถยนต์โตโยต้า วีออส สีบรอนซ์เงิน ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. 2560 ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าล่าสุด พล.ต.ต.สุรเดช เด่นธรรม ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ขณะนี้ตรวจยึดรถยนต์โตโยต้า วีออส ที่ น.ส.จุฑาภรณ์ ขับขี่ก่อนจะหายตัวไปได้แล้ว โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ไปทำการตรวจยึดได้จากอู่ทำสีรถแห่งหนึ่งที่ จ.อุบลราชธานี

โดยสภาพของรถพบว่ากำลังอยู่ในขั้นตอนของการทำสีรถใหม่ และเจ้าหน้าที่ได้นำเอารถส่งไปให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้ทำการตรวจสอบหาเบาะแสต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของ น.ส.จุฑาภรณ์ เพื่อประกอบสำนวนคดี

พล.ต.ต.สุรเดช กล่าวต่อไปว่าตนได้สั่งการให้พนักงานสอบสวน สภ.บึงมะลู ซึ่งเป็นเจ้าของคดีนี้ได้ไปทำการสอบสวนว่า รถคันนี้ซึ่งมีการขายต่อกันมาแล้ว 3 ราย โดยรายแรกที่นำเอารถมาขายนั้น เป็นใครมาจากไหนได้รถมาอย่างไร ซึ่งขณะนี้ได้ข้อมูลเบาะแสสำคัญมากหลายส่วนแล้ว โดยตนได้ตั้งประเด็นเอาไว้หลายประเด็นด้วยกันเช่น ชู้สาว ความขัดแย้งเรื่องทรัพย์สิน ปัญหาในการทำงาน ซึ่งทุกประเด็นมีน้ำหนักมากเท่าๆ กัน

ส่วนการที่มีคนมีสีเข้ามาเกี่ยวข้องด้านชู้สาวนั้น ตนไม่รู้สึกหนักใจแต่อย่างใด เพราะว่ากันไปตามพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดี โดยตนได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.นิพนธ์ บุญเกิด รอง ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ เป็นหัวหน้าชุดคลี่คลายคดี ซึ่งคาดว่าจะสามารถจะสรุปผลการสืบสวนได้ในเร็วๆ นี้