แม่โดนรวบคาโรงพัก ! เหตุโร่เยี่ยมลูกชายถูกจับคดียาบ้า แต่ลืมว่าตัวเองก็มีหมายจับ

ลูกชายโดนจับคาด่าน พร้อมยาบ้า พอผู้เป็นแม่ทราบก็รีบไปเยี่ยมที่โรงพักทันที ก่อนจะโดน จนท.รวบตัว ลืมไปว่าตัวเองก็มีหมายจับในคดียาบ้าอยู่เช่นกัน

วันที่ 18 ส.ค. 60 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองชัยนาท เข้าจับกุมตัว น.ส.ดวงใจ อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดชัยนาท ที่ 317/2556 ลงวันที่ 24 พ.ย. 57 ตามความความผิดฐานเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน หรือยาบ้า และหลบหนีไม่ไปคุมความประพฤติ

โดยผู้ต้องหาโดนจับกุมขณะกำลังมาติดต่อที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของโรงพัก เพื่อขอเข้าเยี่ยมลูกชายที่เพิ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจับได้ พร้อมยาบ้าจำนวนหนึ่ง ระหว่างกำลังตั้งด่าน แล้วลูกชายโทรตามให้ น.ส.ดวงใจ มาช่วย

ซึ่ง น.ส.ดวงใจ เมื่อทราบเรื่องจึงรีบมาที่โรงพักเพื่อเยี่ยมในทันที โดยที่ลืมไปว่าตนเองก็มีหมายจับค้างอยู่จากกรณีข้างต้น ซึ่งระหว่างที่ยื่นขอเยี่ยมลูกชาย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจำได้ว่านางดวงใจมีหมายจับอยู่ จึงรอให้ น.ส.ดวงใจ แสดงบัตรประชาชน แล้วสะกิดให้ทีมเข้าชาร์จตัว พร้อมแจ้งหมายจับให้กับ น.ส.ดวงใจ ทราบ

เมื่อเจ้าตัวทราบก็ถึงกับหน้าซีดเข่าอ่อน พร้อมกับยอมรับเสียงอ่อยว่า “ด้วยความรักลูกไม่ทันได้คิดหน้าคิดหลัง รีบมาที่โรงพัก โดยลืมไปว่ามีตนมีหมายจับอยู่” น.ส.ดวงใจ กล่าว ก่อนเดินคอตกเข้าห้องขัง

เรียกทหารยศ “ร้อยเอก” รับทราบข้อหา คดีอุ้ม ผอ.สาวหายตัวนานกว่า 1 เดือน

ตร.ออกหมายเรียกทหารยศ ‘ร้อยเอก’ สอบคดี ผอ.สาวหายตัวนานกว่า 1 เดือน พบอีกเส้นทางการเงินที่เจ้าตัวไลน์ขอยืมครอบครัวกว่า 3 แสนบาท โอนเข้าบัญชีร้อยเอก

จากกรณี น.ส.จุฑาภรณ์ ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ขับรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กษ 8201 เชียงใหม่ หายตัวไปอย่างลึกลับตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. ที่ผ่านมา นานกว่า 1 เดือนเศษ ซึ่งพ่อแม่ญาติพี่น้องเข้าแจ้งความที่ สภ.บึงมะลู เพื่อให้เจ้าหน้าที่ ตร.ช่วยติดตามหาตัว น.ส.จุฑาภรณ์

ล่าสุด เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 60 ที่บ้านซำเม็ง ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ บ้านของนายบุญเลิศ อายุ 62 ปี และนางแหลม อายุ 60 ปี พ่อและแม่ของ น.ส.จุฑาภรณ์ มีบรรดาญาติพี่น้องพากันมาสอบถามความคืบหน้าของการติดตามหาตัว น.ส.จุฑาภรณ์

นางแหลม แม่ของ น.ส.จุฑาภรณ์ กล่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า ในวันแม่ของทุกปี น.ส.จุฑาภรณ์ หรือ อ้อย จะพาน้องใบเฟิร์น อายุ 8 ขวบ ซึ่งเป็นลูกสาวเพียงคนเดียว มากราบตนในฐานะแม่ใหญ่ทุกปี โดยจะซื้อขนมนมเนยและอาหารมากินกันในวันแม่ทุกปี แต่ว่าปีนี้ใกล้จะถึงวันแม่แล้ว อ้อยมาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่สามารถติดต่อได้ จึงอยากขอให้อ้อยติดต่อกลับมาหาแม่โดยด่วนที่สุดด้วย จะเป็นตายร้ายดีแม่ก็รักลูกเหมือนเดิม

ขณะที่ พ.ต.ท.ปิยวัฒน์ ตอสูงเนิน รอง ผกก.(สส.) สภ.บึงมะลู เจ้าของคดีนี้ กล่าวว่าได้ทำเรื่องขออายัดรถเก๋งของน.ส.จุฑาภรณ์ ที่ตรวจพบขณะกำลังทำสีอยู่ที่อู่รถแห่งหนึ่งที่ จ.อุบลราชธานี แล้ว ทีมสืบสวนทราบว่ามีนายทหารคนหนึ่งนำรถของน.ส.จุฑาภรณ์ มาขายให้กับเสี่ย ต.พ่อค้ารถยนต์มือสอง พร้อมนำรถมาให้ช่างอู่เคาะพ่นสีไม่มีชื่อ จ.อุบลราชธานี ขัดลอกทำสีรถใหม่ จึงมาอายัดรถและเข้าตรวจร่องรอยหาหลักฐาน ซึ่งพบเอกสารของ อบต.ชำ ขวดนม ของใช้ส่วนตัวของ น.ส.จุฑาภรณ์ จึงได้ยึดรถคันดังกล่าว ใช้เป็นหลักฐานประกอบสำนวนการสอบสวน

ด้าน เสี่ย ต.เปิดเผยว่า ซื้อรถมาจากน้องที่เป็นนายหน้าหาซื้อรถตามบ้านแล้วนำมาขายต่อให้ตน ส่วนรถคันนี้ น้องคนดังกล่าว ติดต่อซื้อขายผ่านเฟซบุ๊ก หลังตกลงราคาได้ ก็นำชุดโอนลอยรถมาให้ตน ตนก็จ่ายเงินให้กับนายหน้าไป โดยตนไม่รู้จักหรือเคยคุยกับ ผู้ขายรถมาก่อน ยกเว้นน้องคนที่เป็นนายหน้าเอามาขายให้เท่านั้น เมื่อเกิดเรื่องขึ้นตนก็ยินดีให้ความร่วมมือให้เป็นไปตามกฎหมาย เพราะตนก็ซื้อรถมาอย่างถูกต้องเช่นกัน

ส่วนทางด้านคดี เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดี นำเอาหมายเรียก ผู้ต้องหา ขอความร่วมมือส่งหมายเรียกและแจ้งให้ ผู้ต้องหาตามหมายเรียกมาพบคณะพนักงานสอบสวนไปส่งกรมทหารราบที่ 6 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี โดยมีหมายเรียกไปยังนายทหารยศร้อยเอก คนหนึ่ง ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพ เพื่อให้ไปพบหัวหน้าพนักงานสอบสวน ในวันศุกร์ที่ 11 ส.ค. 60 เวลา 13.30 น. ที่บก.ภ.จว.ศรีสะเกษ ซึ่งปรากฏว่า นายทหารยศร้อยเอกไม่อยู่ ทราบว่าไปปฏิบัติหน้าที่ที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารรับเรื่องไว้ เพื่อดำเนินการแจ้งให้นายทหารยศร้อยเอกผู้ที่ถูกออกหมายเรียกได้รับทราบต่อไป

ขณะเดียวกันจากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีนี้พบว่า เส้นทางการเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารของน.ส.จุฑาภรณ์ที่ใช้ไลน์ขอยืมเงินไปจากญาติพี่น้องของน.ส.จุฑาภรณ์ หลายครั้ง กว่า 300,000 บาทนั้น ถูกโอนเงินต่อไปเข้าบัญชีธนาคารของทหารยศร้อยเอก ซึ่งพนักงานสอบสวนรวบรวมไว้เป็นหลักฐานเพื่อประกอบการดำเนินคดีต่อไปแล้ว ส่วนน.ส.จุฑาภรณ์ ที่หายตัวไปแล้วนั้น ยังไม่รู้ชะตากรรมแต่อย่างใด

กิ๊กหึงโหด! คว้ามีดบุกแทงผัวเก่าถึงโรงพยาบาล ขณะนอนเฝ้าฝ่ายหญิงป่วย

กิ๊กหึงโหดบุกแทงผัวเก่าคาโรงพยาบาล ขณะไปนอนเฝ้าฝ่ายหญิงป่วย เผยจักกันทางแอปไลน์ ก่อนจับได้ว่าฝ่ายหญิงกลับมาคืนดีผัวเก่า ฉุนบุกก่อเหตุขึ้น

เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 7 ส.ค. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.พิชิต เกื้อมา ร้อยเวร สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุแทงกันในโรงพยาบาล มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่โรงพยาบาลทุ่งสง บ้านควนไม้แดง ต.หนองหงส์ อ.ทุ่งสง หลังรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมชุดสืบสวนร่วมกันตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่หน้าประตูห้องผู้ป่วยหญิงสามัญ ชั้น 3 อาคาร 2 ซึ่งเปิดให้ผู้ป่วยที่มารับการรักษาและญาติๆ นอนพัก เนื่องจากที่โรงพยาบาลมีผู้ป่วยจำนวนมากจึงทำให้เตียงคนป่วยไม่เพียงพอ โดยพบว่าพื้นห้องมีรอยเลือดกระเซ็นทั่ว ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำตัวเข้าห้องฉุกเฉินทราบชื่อนายอนุชา อายุ 30 ปี อยู่ถนนท่าแพใต้ ต.ปากแพรก อ.ทุ่งสง มีบาดแผลถูกแทงด้วยมีดปลายแหลมเข้าที่สะบักหลัง 1 แผล

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายอนุชา ผู้บาดเจ็บได้มานอนเฝ้านางสิวาภรณ์ ภรรยา ซึ่งนอนป่วยอยู่ กระทั่งมีคนร้ายทราบชื่อนายธีระพงศ์ อายุ 25 ปี เดินขึ้นบันได พร้อมพุ่งตรงไปที่เตียงนางสิวาภรณ์ ก่อนตะโกนถามว่า จะเอาอย่างไรกัน จากนั้นนายอนุชา จึงลุกเดินพูดคุยกับนายธีระพงศ์

จังหวะที่นายอนุชา หันหลัง นายธีระพงศ์ ได้ชักมีดปลายแหลมแทงหลังนายอนุชา 1 ครั้ง ท่ามกลางความตกใจของคนป่วยรายอื่นๆ รวมทั้งนางสิวาภรณ์ ภรรยาของนายอนุชา หลังก่อเหตุนายธีระพงศ์ หลบหนี เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทราบเหตุ จึงรีบนำตัวคนเจ็บเข้าห้องฉุกเฉิน

ส่วนสาเหตุนางสิวาภรณ์ เผยว่า นายธีระพงศ์ คนร้าย เป็นสามีใหม่ ซึ่งรู้จักกันและพูดคุยกันทางไลน์ ระหว่างที่ตนแยกกันอยู่กับนายอนุชา ซึ่งเป็นสามีเก่า แต่ไม่นานตนกับนายอนุชา เพิ่งกลับมาอยู่ด้วยกัน กระทั่งนางสิวาภรณ์ ป่วยต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล นายอนุชา สามีเก่าจึงมานอนเฝ้า ทำให้นายธีระพงศ์ สามีใหม่ทราบเรื่อง จึงบุกเข้ามาหาด้วยความหึงหวงใช้อาวุธมีดแทงนายอนุชา ก่อนหลบหนีไป เบื้องต้น ทางตำรวจกำลังเร่งตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

เสี่ยวัย 77 ปี ช็อกดับคาม่านรูด หลังพาแท็กซี่สาวเข้าห้อง คาดหัวใจวาย

สลด! เสี่ยที่ดินย่านลาดพร้าว วัย 77 ปี เสียชีวิตคาม่านรูด หลังพาแท็กซี่สาวเข้าห้อง คาดหัวใจวายเฉียบพลัน

วันที่ 30 ก.ค. 2560 เมื่อเวลา 15.00 น. ร.ต.ท.ปองกุล ทองบัว รอง สว.(สอบสวน) สน.โคกคราม รับแจ้งเหตุพบชายนอนเสียชีวิต ภายในม่านรูดแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ซอยสุคนธสวัสดิ์ 17 ถนนเกษตร-นวมินทร์ แขวงและเขตลาดพร้าว กทม. จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบเป็นห้องพักชั่วคราวปลูกติดเรียงกัน 2 ฝั่ง แบ่งฝั่งละ 11 ห้อง รวม 22 ห้อง ในราคาเริ่มต้น 385 บาท ที่ลานจอดห้องเอ 6 พบรถแท๊กซี่ ผู้ขับขี่คือ น.ส.เอ(นามสมมติ) อายุ 31 ปี จอดแน่นิ่งอยู่ ภายในห้องพักพบศพเพศชาย ทราบชื่อต่อมาคือ นายบี (นามสมมติ) อายุ 77 ปี เป็นเศรษฐีที่ดินย่านลาดพร้าว

สภาพนอนหงายขาขวาพับคุดคู้ นุ่งเพียงผ้าขนหนู สีน้ำเงิน นอนเสียชีวิตอยู่ข้างเตียงนอน จากการตรวจสอบไม่พบบาดแผล หรือร่องรอยการต่อสู้ และรื้อค้นทรัพย์สินแม้แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนผู้ดูแล ให้การว่า โดยก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 12.50 น. โชเฟอร์แท็กซี่ได้ขับรถเข้ามาใช้บริการภายในห้องเอ 6 ตามปกติ ซึ่งฝ่ายหญิงเป็นคนขับ ส่วนฝ่ายชายนั่งเบาะผู้โดยสารด้านหน้าโดยทั้งคู่มาใช้บริการเป็นครั้งแรก

เมื่อผ่านไปประมาณ 20 นาที ฝ่ายหญิงสวมชุดตามปกติวิ่งออกมาด้วยอาการแตกตื่นพร้อมทั้งมีอาการสั่นเครือไปทั้งตัวก่อนแจ้งพนักงานว่าฝ่ายชายจู่ๆ เกิดล้มฟุบนอนหมดสติให้ช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาให้การช่วยเหลือโดยด่วน แต่ไม่ทันการณ์มาทราบภายหลังว่าเสียชีวิตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันหลังจากนี้จะนำศพผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติเวชรพ.ตร. เพื่อผ่าพิสูจน์หาสาเหตุที่แท้จริง ก่อนส่งมอบให้ญาตินำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า โดยก่อนเกิดเหตุฝ่ายหญิงได้ขับรถไปรับฝ่ายชายย่านสำนักงานเขตลาดพร้าว ซึ่งฝ่ายชายเคยโทรศัพท์เรียกใช้บริการรถแท็กซี่คันดังกล่าวรวม 3 ครั้ง โดย 2 ครั้งแรก ให้พาไปซื้อนกที่สวนจตุจักร ทั้งนี้ ฝ่ายชายมีโรคประจำตัวคือความดัน อีกทั้งในวันนี้ตรงกับวันคล้ายวันเกิดของฝ่ายหญิงอีกด้วย

จบด้วยดี ! ด.ญ. 5 ขวบ ถูกไม้เสียบลูกชิ้นแทงมือ ร.พ.รุดขอโทษ วอนเห็นใจคนไข้เยอะ

ร.พ.รุดขอโทษ กรณี ด.ญ. 5 ขวบ ถูกไม้เสียบลูกชิ้นแทงมือ เชิญ ผปค. ปรับความเข้าใจ เผยผู้ป่วยเยอะ-ช่วงเปลี่ยนเวร คาดการสื่อสารขาดความต่อเนื่อง

จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์เรื่องราวของหลานซึ่งถูกไม้ลูกชิ้นแทงมือเกือบทะลุ และได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลชื่อดังของ จ.มหาสารคาม โดยไปถึงเวลาประมาณ 1 ทุ่มกว่าๆ หลังเวลาผ่านไปประมาณ 2 ชั่วโมง จึงเข้าไปในห้องตรวจ เพราะเข้าใจว่าตรวจเสร็จแล้ว แต่ปรากฏว่าหลานยังนั่งร้องไห้อยู่ หมอสักคนก็ไม่มาดู บอกให้รอคิว สุดท้ายตัดสินใจพาหลานไปโรงพยาบาลเอกชนและได้รับการดูแลอย่างดีนั้น

ล่าสุดวันนี้ (26 ก.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจิรากร อายุ 36 ปี บิดาของเด็กหญิงวัย 5 ขวบ ที่ถูกไม้ลูกชิ้นเสียบมือ เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้น้องอยากกินลูกชิ้นจึงได้ไปซื้อกินกับคุณแม่ของน้อง จากนั้นได้เดินหกล้ม ทำให้ไม้เสียบลูกชิ้นแทงเข้าที่มือ จึงได้พากันไปโรงพยาบาลกับน้องสาว พอไปถึงก็เป็นเหตุการณ์ดังที่น้องสาวได้โพสต์ลงในเฟซบุ๊ก โดยในวันนี้ทางโรงพยาบาลได้มาทำการขอโทษน้องที่ร้านมือถือของตน และต่อมาได้เชิญไปที่ห้องประชุมจัมปาศรี

ด้าน น.พ.วีระศักดิ์ ผอ.โรงพยาบาล เปิดเผยว่า ผู้ป่วยเป็นเด็กหญิง อายุ 5 ขวบ ได้รับบาดเจ็บไม้เสียบลูกชิ้นปักคามือซ้าย เข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาลเมื่อเวลา 19.49 น. จากนั้นเวลา 19.52 น. แพทย์ได้ตรวจดูอาการ พร้อมแจ้งพยาบาลให้ทำเรื่องให้ผู้ป่วยเข้าระบบเป็นผู้ป่วยในเพื่อทำการรักษาตัวก่อน
เนื่องจากไม่สามารถเอาไม้เสียบลูกชิ้นออกจากมือเด็กได้ทันทีภายในห้องฉุกเฉิน เนื่องจากผู้ป่วยเป็นเด็กอายุเพียง 5 ขวบ และไม่ทราบชัดเจนว่าไม้เสียบลูกชิ้นได้เสียบใกล้บริเวณกล้ามเนื้อหรือเส้นประสาท ทำให้การถอดไม้ลูกชิ้นจำเป็นต้องพิจารณาเอาออกภายในหอผู้ป่วย เพื่อเอาสิ่งแปลกปลอมออกให้หมด และเพื่อป้องการการอักเสบติดเชื้อในภายหลัง

น.พ.วีระศักดิ์ ยังกล่าวด้วยว่า ขณะนั้นมีผู้ป่วยรอรับการรักษาตามคิวจำนวน 23 ราย ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยหนัก 2 – 3 ราย แต่ห้องฉุกเฉินมีอัตรากำลังทั้งแพทย์และพยาบาลเพียง 9 คน จึงทำให้ไม่สามารถให้บริการได้พร้อมกันอย่างรวดเร็ว

กรณีนี้อาจเกิดการสื่อสารที่ขาดความต่อเนื่อง จนทำให้ผู้ปกครองไม่สามารถรอได้ จึงขออภัยหากการให้บริการเกิดความล่าช้าไม่ทันใจ และได้เชิญผู้ปกครองมาปรับความเข้าใจ รวมทั้งแจงการทำงานของโรงพยาบาลว่าบุคลากรไม่เพียงพอ ผู้ป่วยเยอะมาก และเป็นช่วงสลับเปลี่ยนเวรพอดี