sport blog

จารึกชื่อ! ดิโอโก หลุยส์ ซานโต ซัลโวให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ครบ 100 ประตู เป็นคนแรก

ดิโอโก หลุยส์ ซานโต ดาวยิงสัญชาติบราซิล จารึกชื่อตัวเองให้กับสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด  ยิงประตูรวมทุกรายการให้ทีมเกิน 100 ประตูเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์

โดยในเกมโตโยต้าไทยลีกนัดกลางสัปดาห์ เมื่อวานที่ผ่านมา   ทีม “ปราสาทสายฟ้า” บุกไปเอาชนะ อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด ด้วยสกอร์ 3-2  ดิโอโก ที่ยิงให้ทีมไปก่อนหน้านี้แล้ว 99 ประตู จากทุกรายการอย่างเป็นทางการ โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เริ่มเกมได้เพียง 3 นาที ก็จัดการยิงประตูที่ 100 ของตัวเองให้กับสโมสร ก่อนที่จบเกมด้วยการเป็นแฮตทริกฮีโร่ ยิงคนเดียว 3 ประตู พร้อมนำดาวซัลโวไทยลีก 2018

นอกจากนี้ยังทำให้เขาเพิ่มสถิติการทำประตู ไปอยู่ที่ 102 ประตู และมีโอกาสที่จะยิงประตูให้ทีมเพิ่มได้อีก เพราะฤดูกาล 2018 ไทยลีก เพิ่งแข่งขันมาได้เพียง 7 นัดเท่านั้น

สำหรับ ดิโอโก หลุยส์ ซานโต ย้ายมาร่วมทีม บุรีรัมย์ เมื่อปี 2015 ใช้เวลาเพียงแค่ 116 เกม ก็สามารถทำประตูให้ทีมเกิน 100 ประตู

การทำประตูในรายการต่างๆ ของ “ดิโอโก”
– ไทยลีก : 77 ประตู
– เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก : 5 ประตู
– เอฟเอคัพ : 10 ประตู
– ลีกคัพ : 6 ประตู
– ถ้วยพระราชทาน ก. : 2 ประตู
– ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์ คัพ 1 ประตู
– แม่โขง คลับแชมเปี้ยนชิพ : 1 ประตู

sport blog

อังกฤษอดเฮ โดนจุดโทษท้ายเกมอิตาลีตีเสมอ

VAR ทำพิษ!อังกฤษอดเฮโดนจุดโทษท้ายเกมอิตาลีตามเจ๊า 1-1
“สิงโตคำราม” ถึงกับเซ็งหลังทีมเล่นดีกว่าและได้ประตูนำไปก่อนจาก เจมี่ วาร์ดี้ แต่ท้ายเกม เจมส์ ทาร์คอฟสกี้ ที่ประเดิมลงสนามให้อังกฤษไปย่ำใส่ เคียซ่า ผู้ตัดสินดู VAR ก่อนแจกจุดโทษให้อิตาลี และอินซินเย่สังหารให้อัซซูรี่ตามเจ๊าได้สำเร็จ ในฟุตบอลนัดกระชับมิตรทีมชาติ วันอังคารที่ 27 มีนาคม ที่ผ่านมา

ฟุตบอลนัดกระชับมิตรทีมชาติ
วันอังคารที่ 27 มีนาคม 2561
อังกฤษ 1-1 อิตาลี

sport blog

อังกฤษอดเฮ โดนจุดโทษท้ายเกมอิตาลีตีเสมอ

สนาม: เวมบลี่ย์ สเตเดี้ยม, (ลอนดอน, อังกฤษ)

“สิงโตคำราม” ทีมชาติอังกฤษ ซึ่งเพิ่งบุกไปเชือด ฮอลแลนด์ 1-0 เมื่อวันศุกร์ที่ 23 มีนาคม นั้น ลงลับแข้งอีกครั้งเปิดบ้านบู๊กับ “อัซซูร์รี่” ทีมชาติอิตาลีเกมนี้ส่ง แจ็ค บัตแลนด์ ผู้รักษาประตูคนเก่งวัย 25 ปี จากสโต๊ค ซิตี้ ลงมาเฝ้าเสาเป็นตัวจริง โดยสามประสานแดนหน้าส่ง เจสซี่ ลินการ์ด, เจมี่ วาร์ดี้ และ ราฮีม สเตอร์ลิ่งลงมาล่าตาข่ายทางด้าน อิตาลี มีการเปลี่ยนแปลงหลายรายจากเกมพ่ายให้ อาร์เจนติน่า 0-2 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยตำแหน่งผู้รักษาประตูให้ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ลงมาเฝ้าเสาแทน บุฟฟ่อน ส่วนแนวรุกใช้งาน ชิโร่ อิมโมบิเล่ กับ ลอเรนโซ่ อินซินเย่ ล่าตาข่ายออกสตาร์ทครึ่งแรกมาได้แค่ 6 นาที อังกฤษ ได้โอกาสก่อนเลย เมื่อ คีแรน ทริปเปียร์ โยนให้กับ เอริค ดายเออร์ ขึ้นโหม่งในกรอบเขตโทษบอลหลุดเสาซ้ายไป10 นาทีต่อมา อิตาลี มีลุ้นบ้าง อันโตนิโอ คานเดรว่า เปิดจากกราบขวาให้ ชิโร่ อิมโมบิเล่ เทคตัวโหม่งจ่อๆ ข้ามคานไปอย่างไม่น่าเชื่อเป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้ด้วยตนเอง

เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 24 เจ้าถิ่นได้โอกาส ราฮีม สเตอร์ลิ่ง จ่ายบอลขึ้นหน้าให้ เจมี่ วาร์ดี้ วิ่งสอดมาตวัดยิงด้วยขวาในกรอบเขตโทษ แต่ไม่ผ่านการป้องกันของ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า นายทวารอิตาลี ที่เซฟได้ ก่อนเพื่อนร่วมทีมช่วยกันสกัดทิ้งออกข้างไปได้ทัน2 นาทีต่อมา อังกฤษ ได้โอกาสอีกครั้ง คีแรน ทริปเปียร์ ครอสให้ เอริค ดายเออร์ ขึ้นโขกเต็มๆ แต่ไม่ผ่าน จานลุยจิ ดอนนารุมม่าอย่างไรก็ตามพลพรรคสิงโตคำราม มาได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ได้ฟรีคิก หลังจาก ราฮีม สเตอร์ลิ่ง โดนสกัดร่วงลงไป ซึ่ง เจสซี่ ลินการ์ด เล่นฟรีคิกเร็ว กดบอลลงพื้นแล้วจ่ายต่อให้กับ เจมี่ วาร์ดี้ กดด้วยขวาทางกรอบเขตโทษด้านขวาบอลเบียดเสาแรกเข้าไปอย่างสุดสวยช่วยให้ อังกฤษ นำก่อน 1-0 ในนาทีที่ 26ก่อนหมดครึ่งแรกแค่ 4 นาที อิตาลี ขึ้นเกมทาง อินซินเย่ จ่ายต่อให้ อันโตนิโอ คานเดรว่า กดด้วยขวาบอลถากเสาซ้ายไป หมดครึ่งแรก อังกฤษ ออกนำก่อน 1-0 มาเล่นกันต่อในครึ่งหลัง อิตาลี เปลี่ยนเอา เฟเดรีโก้ เคียซ่า ลงเล่นแทน อันโตนิโอ คานเดรว่า ในนาทีที่ 56นาทีต่อมา โอกาสของเจ้าบ้าน ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ปีกจาสโมสรแมนฯซิตี้ ที่วันนี้เล่นได้เด่นเหลือเกิน จ่ายให้กับ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน หลุดเข้าไปยิงด้วยซ้ายจากนอกเขตโทษ แต่ติดเซฟของ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า นายทวารร่างใหญ่ของอิตาลีอิตาลี มีโอกาสเหมือนกันในนาที 58 เคียซ่า จ่ายให้กับ อิมโมบิเล่ กระททุ้งด้วยขวาจากนอกเขตโทษไปติดเซฟของ แจ็ค บัตแลนด์ นายทวารทีมชาติอังกฤษหนึ่งชั่วโมงของเกมการแข่งขัน อังกฤษ ส่ง อดัม ลัลลาน่า ลงเล่นแทน อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน พร้อมส่ง แดนนี่ โรส เล่นแทน คีแรน ทริปเปียร์กระเถิบมานาทีที่ 67 อังกฤษ ได้โอกาสจากจังหวะที่ อดัม ลัลลาน่า ที่ลงมาเป็นตัวสำรองจ่ายให้กับ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ซัดด้วยขวาจากทางกรอบเขตโทษด้านซ้าย บอลเหินข้ามคานไปสามนาทีต่อมา อังกฤษ เปลี่ยนเอา มาร์คัส แรชฟอร์ด ลงเล่นหน้าแทน เจมี่ วาร์ดี้ คนทำประตู พร้อมให้ ลูอิส คุ้ก เล่นแทน ลินการ์ด ด้วยล่วงเลยมานาทีที่ 73 อิตาลี ได้ฟรีคิกเยื้องมาทางด้านซ้าย ลอเรนโซ่ อินซินเย่ ปั่นด้วยขวาบอลโค้งข้ามคานไปท้ายเกมนาทีที่ 87 อิตาลี มาได้จุดโทษจากจังหวะที่ เจมส์ ทาร์คอฟสกี้ กองหลังอังกฤษไปสกัดใส่ เคียซ่า จนล้มลงไปในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้ทันที ก่อนที่ ลอเรนโซ่ อินซินเย่ รับหน้าที่สังหารด้วยขวาเสียบมุมเข้าไปอย่างสวยงามช่วยให้ตามตีเสมอ 1-1เวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้อีก จบเกมเสมอกัน 1-1

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
อังกฤษ: แจ็ค บัตแลนด์ – ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, เจมส์ ทาร์คอฟสกี้, คีแรน ทริปเปียร์ – อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, เอริค ดายเออร์, แอชลี่ย์ ยัง – เจสซี่ ลิ
นการ์ด, เจมี่ วาร์ดี้, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง

อิตาลี: จานลุยจิ ดอนนารุมม่า – เลโอนาร์โด โบนุชชี่, ดานิเอเล่ รูกานี่, มัตเตีย เด ชีโย่ – ดาวิเด้ ซัปปาคอสต้า, จอร์จินโญ่, มาร์โก ปาโรโล่, ลอเรนโซ่ เปเยกรินี่, อันโตนิโอ
คันเดรว่า – ชิโร่ อิมโมบิเล่, ลอเรนโซ่ อินซินเย่