ศาลฯ ไม่อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว “ผู้กองเหน่ง” ผู้ต้องหาฆ่าผอ.อ้อย

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 จังหวัดนครราชสีมา ไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ร้อยเอกศุภชัย หรือ ผู้กองเหน่ง ผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมผู้อำนวยการกองการศึกษา เพราะเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง

(14 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักสอบสวนสถานีตำรวจภูธรกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ เตรียมเข้าสอบปากคำ ร้อยเอกศุภชัย หรือ ผู้กองเหน่ง ภายในเรือนจำกันทรลักษณ์ หลังพบข้อมูลใหม่ที่ต้องสอบปากคำเพิ่ม ถึงความเชื่อมโยงในคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา หน่วงเหนี่ยวกักขังเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และ ซ่อนเร้นทำลายศพ นางสาวจุฑาภรณ์ หรือ ผอ.อ้อย ผู้อำนวยการกองการศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนตำบลชำ ที่หายตัวไปกว่า 4 เดือน ซึ่งพนักงานสอบสวน เชื่อมั่นว่า จะสามารถสรุปสำนวนส่งอัยการได้ภายในสิ้นเดือนนี้

พล.ต.ต.สุรเดช เด่นธรรม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า คดีมีความชัดเจนมากขึ้น แต่ต้องรอสรุปสำนวนในขั้นตอนสุดท้ายอีกครั้ง ส่วนการฝากขังผู้ต้องหาสามารถฝากขังได้ 8 ผลัด ขณะนี้ผ่านมาแล้วเพียง 3 ผลัด ซึ่งเชื่อว่า เวลาฝากขังจะเพียงพอต่อการรวบรวมพยานหลักฐาน

ขณะที่ครอบครัวผู้ต้องหาพยายามยื่นประกันตัวโดยครั้งแรกยื่นหลักทรัพย์วงเงินประกัน 1 ล้านบาท แต่เนื่องจากเป็นข้อหาที่มีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต และพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว ศาลจังหวัดกันทรลักษ์จึงไม่อนุญาต

ต่อมาครอบครัวได้ขอยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 3 จังหวัดนครราชสีมาอีกครั้ง แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ก็ไม่อนุญาตให้ปล่อยตัว เพราะเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูงเช่นกัน

เกษตรกรจันทบุรี พบหนอนตัวแบน ลักษณะคล้ายหนอนนิวกีนี

เกษตรจังหวัดจันทบุรีพบหนอนตัวแบน ลักษณะคล้ายหนอนนิวกีนี อาศัยอยู่ที่ชุ่มชื้นในจันทบุรี แต่ยังไม่พบข้อมูลทางวิชาการที่ยืนยัน อันตรายต่อระบบนิเวศ

เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 60 เวลา 13.30 น. นายปิยะ สมัครพงษ์ รักษาราชการแทน เกษตรจังหวัดจันทบุรี ได้นำสื่อมวลชนดูหนอนตัวแบนที่ประชาชนพบเห็นแล้วจับส่งให้สำนักงานเกษตรจังหวัดจันทบุรี เพื่อพิสูจน์ว่าใช่หนอนตัวแบนนิวกินีที่เป็นข่าวหรือไม่ ซึ่งหนอนดังกล่าวมีลักษณะคล้ายหนอนตัวแบนนิวกินีที่เป็นข่าว มีสีดำอีกทั้งมีการกินหอยทากเป็นอาหารเช่นกัน

โดยเกษตรกรพบในที่ชื้นบริเวณแปลงปลูกผัก ซึ่งก่อนหน้านี้ในช่วงฤดูฝน เกษตรกรและประชาชนก็เคยมีคนพบเห็น หนอนตัวแบนสีดําลักษณะดังกล่าวอาศัยอยู่ บริเวณที่ชื้นใต้กระถ่างต้นไม้หรือใต้เศษวัสดุในสวนผลไม้ที่มีความชุ่มชื้น และพบเห็นมานานหลายปีแล้ว แต่ไม่มั่นใจว่าใช่หนอนตัวแบนนิวกินีที่มีอันตรายหรือเปล่า

ทั้งนี้ นายปิยะ สมัครพงษ์ หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ รักษาราชการแทน เกษตรจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า การพบหนอนตัวแบนดังกล่าว มีเกษตรกรและ ประชาชนพบเห็นมานานหลายปีแล้วแต่ไม่มาก และไม่มั่นใจว่าใช่หนอนแบนนิวกินีหรือเปล่า อย่างไรก็ตาม ขอให้เกษตรกรอย่าได้ตื่นตระหนก เพราะยังไม่มีข้อมูล ทางวิชาการที่วิจัยว่าเป็นอันตรายต่อระบบนิเวศ

สุดเหลือเชื่อ สาวใหญ่อ้างพญานาคเข้าฝัน ได้ฤกษ์ขุดพบวัตถุโบราณเพียบ

สาวใหญ่อ้างพญานาคเข้าฝัน บอกพื้นที่ ต.แนงมุด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ มีวัตถุโบราณ ได้ฤกษ์ดีนำชาวบ้านช่วยกันขุด ตะลึงพบวัตถุโบราณจริงๆ แจ้งกรมศิลปากรตรวจสอบ

(11 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า หลังจากที่ชาวบ้านมีการขุดพบวัตถุโบราณ ที่บ้านเลขที่160 หมู่3 บ้านโคกสง่า ต.แนงมุด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ โดยพบมีดดาบลักษณะเป็นกริชโบราณ กำไลวงข้อแขน 2 วง และพระปางนาคปรก 10 องค์ ซึ่งยังระบุไม่ได้ว่าเป็นของยุคสมัยใด

โดยเจ้าของบ้าน เล่าว่า ที่ขุดเพราะมีพญานาคมาเข้าฝันเมื่อปีที่แล้ว ว่าที่ตรงนี้มีวัตถุโบราณ แต่ยังไม่ได้เวลาที่เหมาะสมในการขุด จนกระทั่งเมื่อวันที่ (9 พ.ย) ที่ผ่านมาได้เวลาฤกษ์ดี จึงชวนพี่น้องและชาวบ้านบางส่วนใช้จอบและเสียมขุดหาในบริเวณดังกล่าวจนกระทั่งเที่ยงคืน จึงพบและได้ทำพิธีนำขึ้นมาบูชา แต่ร่างทรงบอกว่าเขาให้เจอแค่นั้น ต้องรอคืนวันที่ 10 อีกทีจึงจะพบพระปางนาคปรกองค์ใหญ่อีกองค์

ทั้งนี้ทางเจ้าของบ้านได้ขอร้องชาวบ้านและประชาชนที่มาดูว่าอย่าส่งข่าวและแชร์ออกไป เพราะเกรงว่า เจ้าหน้าที่จะมายึดของดังกล่าวไป เพราะตนคิดว่าเขามาเข้าฝันเรา เขาคงจะให้เราเป็นเจ้าของ และตนก็จะไว้บูชาเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองและครอบครัวต่อไป

ล่าสุด นางบัวลอย อายุ 39 ปี เจ้าของ เปิดเผยว่า เมื่อปีที่แล้วฝันว่าในบ้านหลังนี้ มีพระและของโบราณอยู่ แต่ยังไม่พร้อมหลายๆอย่างก็เลยอยู่ๆไปก่อน แต่เมื่อวันที่ 1 พ.ย.60 ได้ฝันว่ามีเครื่องบินมาลง มีพญานาคมาบอกว่า ถึงเวลาแล้วนะ เป็นโองการสวรรค์ สำหรับตนมีอาชีพเกษตรกรรม อดีตเคยเป็นร่างทรง

บรรยากาศทั้งวันพบว่า ชาวบ้านที่ทราบข่าวแห่มากราบไหว้ และพากันถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก รวมทั้ง นายอำเภอกาบเชิงและ นายก อบต.แนงมุด ก็ลงพื้นที่มาตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว พญานาคมาเข้าฝัน และผุดขึ้นในพื้นที่บ้าน ต้องการให้ตนบูชา ส่วนการดำเนินการ ตรวจสอบโดยเจ้าหน้ากรมศิลปากรต่อไป

ลุงหลับในขับรถหลุดโค้งประสานงารถสาวท้องแก่จนลูกดับ ลุงเสียชีวิต

ลุงวัย 64 ปี ขับรถเกิดหลับในวิ่งข้ามเลนประสานงากับรถสาวท้องแก่อาการสาหัส – สูญเสียลูก ขณะลุงเสียชีวิตขณะนำส่ง รพ.

เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 12 พ.ย. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.ชาญชัย ภูล้นแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองบึงกาฬ ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันบนถนนทางหลวงชนบทหมายเลข 3009 บ้านชัยพร – บ้านหนองยาว ระหว่าง กม.3 – 4 เขตบ้านใหม่ชัยพร ต.ขัยพร อ.เมือง จ.บึงกาฬ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดไปยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยสว่างศรีวิไลจุดชัยพร

ที่เกิดเหตุเป็นทางโค้งขึ้นเนิน พบรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ มิวเซเว่น สีขาว ทะเบียน กก 2993 บีงกาฬ ชนประสานงากับรถกระบะยี่ห้อฟอร์ด เรนเจอร์ สีดำ ทะเบียน กก 5013 บึงกาฬ สภาพด้านหน้าขวาพังยับ กระจกหน้าแตก ยางหน้าขวาระเบิด ถุงลมนิรภัยทำงานทั้ง 2 คัน

คนขับเป็นหญิงสาวท้องแก่ทราบชื่อ น.ส.อุทัยวรรณ อายุ 24 ปี ชาวบึงกาฬ ขาขวาหัก มีอาการปวดท้องรุนแรงจึงรีบนำส่ง รพ.บึงกาฬ และได้คลอดลูกออกมาแต่เสียชีวิตหลังจากคลอดได้ไม่นาน

ส่วนรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ มิวเซเว่น สภาพไม่แตกต่างกันด้านหน้าพังยับ ทราบชื่อคนขับ นายจรูญ อาจุ 64 ปี ชาวบึงกาฬ มีบาดแผลที่หน้าอก ขาขวาหัก ได้เสียชีวิตขณะนำส่ง รพ.บึงกาฬ

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ขณะที่นายจรูญ ผู้เสียชีวิตขับรถกลับจากไปส่งญาติที่มาช่วยงานทำบุญที่บ้าน ถึงทางโค้งจะขึ้นเนินเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ น.ส.อุทัยวรรณ สาวท้องแก่ขับรถสวนทางลงเนินมา โดยจะไปทำงานที่ร้านสะดวกซื้อในตัวเมืองบึงกาฬ

จู่ๆ รถรถมิวเซเว่นวิ่งข้ามเลนมาจะพุ่งเข้าชน ทำให้ น.ส.อุทัยวรรณ ขับหักหลบจนรถไปเฉี่ยวชนกับราวเหล็กทางโค้งกั้นขอบถนน แต่ก็ยังหลบไม่พ้นถูกชนประสานงาเข้าอย่างแรงเสียงดังสนั่น ทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส

ทั้งนี้ ตำรวจสันนิษฐานว่า นายจรูญอาจหลับในจากการเหนื่อยล้าจากงานทำบุญที่บ้านดังกล่าว และจะได้สอบสวนหาเหตุที่แท้จริงอีกครั้งหนึ่งต่อไป

ทะเลาะลั่นบ้าน ผัวคว้ามีดแทงเมียเจ็บ หนีไปผูกคอกับราวผ้า

ผัวเมียเคลียร์ไม่ลงตัว ทะเลาะตบตีลั่นบ้าน ฝ่ายชายคว้ามีดแทงเลือดหยดทั่วพื้น เพื่อนบ้านเห็นช่วยส่งโรงพยาบาล อาศัยจังหวะชุลมุน ผัวแอบไปผูกคอตายอยู่ด้านหลังบ้าน

เมื่อคืนวานนี้ (9 พ.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประชาชื่น และ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูได้รับแจ้งเหตุคนผูกคอเสียชีวิตอยู่บ้านหลังหนึ่ง หลังจากที่เกิดเหตุทะเลาะวิวาทอย่างรุนแรงก่อนหน้านี้ และมีเหตุผู้ได้รับบาดเจ็บจากการถูกของมีคมแทงด้วย

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ภายในซอยประวิทยและเพื่อน 3 ถนนประชาชื่น ด้านล่างของอาคารพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย ใช้เชือกไนล่อนผูกกับราวเหล็กตากผ้า เสียชีวิตอยู่บริเวณด้านหลังบ้าน ทราบชื่อคือ นายกาน อายุ 52 ปี เป็นชาว จ.บุรีรัมย์ ขณะที่่ด้านบนชั้น 2 มีร่องรอยการต่อสู้ และพบคราบเลือดหยดตามพื้นหลายจุด

จากการสอบถามพยานที่อยู่ใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้ยิงเสียงคนทะเลาะวิวาทกันอย่างรุนแรง ซึ่งทราบว่าเป็น นายกานกับภรรยา โดยทั้งคู่ทะเลาะกันอยู่ที่ด้านบนชั้น 2 ของบ้าน ก่อนที่ภรรยาจะถูกนายกานใช้มีดแทงตามร่างกายได้รับบาดเจ็บ ชาวบ้านละแวกใกล้เคียงได้นำตัวส่งโรงพยาบาลไปก่อนหน้านี้

แต่หลังจากก่อเหตุนั้น นายกาน ได้วิ่งออกไปที่ด้านหลังบ้าน ก่อนจะใช้เชือกไนล่อนก่อเหตุชิงฆ่าตัวตาย ชาวบ้านตามมาพบเห็นจึงได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่และพยายามช่วยเหลือ แต่ก็ไม่สามารถช่วยเหลือได้ทัน นายกานได้เสียชีวิตลงในที่สุด ส่วนสาเหตุของการทะเลาะวิวาทครั้งนี้อยู่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสืบสวนต่อไป

ตูน บอดี้สแลม ลั่นวลีเด็ด “ผมไม่ใช่ฮีโร่ แพทย์พยาบาลคือฮีโร่ตัวจริง”

“ตูน” ประกาศ “ผมไม่ใช่ฮีโร่ แพทย์พยาบาล เจ้าหน้าที่ทุกโรงพยาบาลคือฮีโร่ตัวจริง ผมคือสะพาน”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ ร.ร.วัดปากระวะ ต.หน้าสตน อ.หัวไทร นครศรีธรรมราช “ตูน บอดี้สแลม” พร้อมคณะโครงการก้าวคนละก้าวได้เดินทางมาทำกิจกรรม ที่ ร.ร.ปากระวะ โดยมีประชาชนจำนวนมากมารอรับ โดยทันทีที่ตูนลงมาจากรถประชาชนและเด็กๆ ที่มารอรับพร้อมผู้ปกครองต่างแสดงความดีใจส่งเสียงเรียกชื่ออย่างสนั่น

ขณะที่ตูนได้กล่าวผ่านโทรโข่งด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างเหนื่อยล้า โดยแสดงความขอบคุณทุกคนที่ร่วมกันก้าวด้วยการบริจาค และต้องขอโทษที่ไม่สามารถเซ็นกีต้าร์ทุกตัว หรือเซลฟีได้กับทุกคน และต้องขอโทษทุกคนที่ไม่สามารถไปรับบริจาคถึงมือได้ทุกคน

“ผมไม่ใช่ฮีโร่ แต่ฮีโร่ตัวจริงคือคุณหมอ คุณพยาบาล เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทุกคน นี่คือฮีโร่ที่แท้จริง ส่วนผมนั้นเป็นเพียงสะพานที่เชื่อมโยงน้ำใจคนไทยทุกคนเท่านั้น” เป็นคำพูดที่ตูนได้สร้างความประทับให้กับนักเรียน ผู้ปกครองและประชาชนที่มารอรับตูนอย่างล้นหลาม

อย่างไรก็ตามตูนได้มอบทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนชั้น ป.6 จำนวน 2 คน ทุนละ 1 หมื่นบาทโดยบอกว่าเป็นเงินส่วนตัว และกล่าวถึงสาเหตุที่เลือกให้ทุนแก่เด็ก ป.6 เพราะว่าสมัยเด็กๆฝังใจเรื่องเพื่อนคนหนึ่งซึ่งเรียนเก่งมากแต่ไม่มีโอกาสได้เรียนต่อ จึงอยากสร้างโอกาส และได้มอบอีก5หมื่นจากโครงการก้าวคนละก้าวมอบให้โรงเรียนรวมถึงมอบอุปกรณ์กีฬาแก่นักเรียนด้วย

ซึ่งตลอดเวลาที่ตูนยืนพูดและทำกิจกรรมก็จะมี ก้อย รัชวิน แฟนสาวยืนอยู่ใกล้ๆ และถือโทรโข่งให้ จากนั้นตูนก็ได้ขึ้นรถของทีมงานเพื่อกลับยัง อ.ระโนด จ.สงขลา เพื่อออกวิ่งต่อในเช้ามืดวันที่ 11 พฤศจิกายน (วันที่ 10 พฤศจิกายน หยุดวิ่งทำกิจกรรม 1 วัน) และทางจังหวัดนครศรีธรรมราช รอต้อนรับจัดกิจกรรมมอบเงินจำนวน 16 ล้านให้กับตูน ในช่วงค่ำที่หน้าพระบรมธาตุเจดีย์ในตัวเมืองนครศรีธรรมราช

คดีสาววัย 16 ปี ถูกฆ่าฝังดิน ผู้เช่าที่ดินเชื่อผู้ตายเคยปรากฏกายให้เห็น

คดีน้องน้ำ อายุ 16 ปี ถูกฆ่าฝังดินนานกว่า 5 ปี ขุดศพขึ้นมาเหลือเเต่โครงกระดูก ล่าสุดผู้เช่าที่ดินบริเวณดังกล่าวเผย เคยพบหญิงสาวในที่เกิดเหตุ เชื่อ ผู้ตายปรากฏกายให้เห็น

จากกรณีเมื่อวันที่ 3 พ.ย. 60 พ.ต.อ.ไมตรี ฉิมเฉิด รักษาราชการแทน ผบก.ป. ร่วมกับ พ.ต.อ.วิศาล พันธุ์มณี รักษาราชการแทน ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี พ.ต.อ.ศิลปชัย มีช่วย ผกก.สภ.เมืองเพชรบุรี พร้อมด้วย นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี และนางจันทิรา ศรีศักดิ์ ชาวจังหวัดเพชรบุรี ร่วมกันเข้าตรวจสอบพื้นที่ในไร่ ซอยศาลาลอย 4 บ้านนามอญ หมู่ 7 ต.หนองโสน อ.เมือง จ.เพชรบุรี

หลังจากนางจันทิราเข้าร้องทุกข์กับนางปวีณาว่า บุตรสาวชื่อ น.ส.จริยา หรือ น้องน้ำ อายุ 16 ปี ซึ่งหายสาบสูญไปนานกว่า 5 ปี แต่ขณะนี้ได้เบาะแสว่าถูกทำร้ายจนเสียชีวิตและศพถูกนำมาฝังดินอำพรางไว้ใต้ต้นตาลในไร่ ซอยศาลาลอย 4 บ้านนามอญ หมู่ 7 ต.หนองโสน อ.เมือง จ.เพชรบุรี ก่อนพบศพจริงๆ ในสภาพเหลือแต่โครงกระดูก โดยนางจันทิรายืนยันว่าเป็นศพลูกสาวตัวเอง

ต่อมาวันที่ 5 พ.ย.60 ตำรวจชุดสืบสวนกองบังคับการปราบปราม นำโดย พ.ต.อ.ไมตรี ฉิมเฉิด รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป ได้สอบปากคำพยานและรวบรวมหลักฐาน จนนำไปสู่การออกหมายจับ น.ส.กฤษณา หรือ โมนา อายุ 45 ปี ซึ่งเคยเป็นผู้เข้าร่วมประกวดนางงามเวทีหนึ่ง และเป็นนายจ้างของ น.ส.จริยา ก่อนจะติดตามจับกุมได้ที่ จ.ฉะเชิงเทรา ขณะกำลังจะหลบหนี ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด (6 พ.ย.) นายสมนึก อายุ 54 ปี ผู้เช่าที่ดินดังกล่าวออกมาเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยพบเห็นหญิงสาวในบริเวณดังกล่าว ซึ่งตนคิดว่าเป็นเจ้าที่เจ้าทาง จึงไม่ได้สนใจอะไร เพราะตนเพิ่งจะทำพิธีตั้งศาลเจ้าที่ไปไม่นาน ไม่คิดว่าจะมีคนถูกฆ่าฝังดินอยู่บริเวณนี้ นอกจากตนแล้วยังมีชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงพบเจอกับเหตุการณ์ดังกล่าวเช่นกัน จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาขุดพบศพหญิงสาววัย 16 ปี ถูกฆ่าตายแล้วเอามาฝังไว้ ตนจึงคิดว่าน่าจะเป็นวิญญาณของหญิงดังกล่าว

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านของ นายปราโมทย์ หรือ บอย หนึ่งในผู้ร่วมกระทำความผิด โดยบริเวณบรรยากาศโดยรอบยังคงปกติ ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งสิ้น ปิดบ้านเงียบ

หลวงพี่วัดย่านปากเกร็ด โชว์โหดเตะก้านคอพระลูกวัดสลบ

โลกออนไลน์มีการแชร์คลิป พระรูปหนึ่งกำลังมีปากมีเสียงกับพระอีกรูปจนถึงขั้นเตะก้านคอสลบ ล่าสุดเข้าพบตำรวจแล้ว

เพจเฟซบุ๊ก สำนักข่าวเจริญพวง ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์ที่เกิดเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ขณะที่พระรูปหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสแห่งหนึ่งใน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เกิดมีปากเสียงและเข้าไปเตะก้านคอพระลูกวัดกระทั่งหมดสติ

เบื้องต้นพบว่าสาเหตุเนื่องมาจากความขัดแย้งเรื่องเงินทำบุญช่วงเทศกาลวันลอยกระทง อีกทั้งยังมีข้อมูลว่า พระผู้ช่วยเจ้าอาวาสรูปนี้มักมีปัญหาขัดแย้งกับพระลูกวัดอยู่บ่อยครั้ง บางรายก็ถูกเตะหรือทำร้ายเข้าโรงพยาบาลในลักษณะเดียวกัน แต่ก็ไม่มีใครกล้าเอาเรื่อง

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่า พระผู้ช่วยเจ้าอาวาสรูปนี้มีพฤติกรรมติดการพนัน เล่นหวยใต้ดิน และตีไก่ชน ทำให้สูญเสียเงินไปนับแสนบาท อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีข้อมูลว่าพระผู้ช่วยเจ้าอาวาสรูปดังกล่าวได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจและถูกดำเนินคดี เสียค่าปรับตามกฎหมายแล้ว

หวิดดับหมู่! โชเฟอร์รถตู้ขับซิ่ง-คุยโทรศัพท์ เสียหลักพุ่งชนรถจอดข้างทาง 3 คันรวด

โชเฟอร์รถตู้โดยสารขับซิ่ง แถมยังคุยโทรศัพท์ขณะขับรถ ก่อนเสียหลักพุ่งชนรถที่จอดอยู่ข้างทาง 3 คันรวด

(6 พ.ย.) ร.ต.อ.ไพฑูรย์ พันธุ์กล้วยไม้ ร้อยเวร สภ.เมืองสระบุรี ได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุ รถตู้โดยสารพุ่งชนรถที่จอดอยู่ข้างทางของผู้ปกครองที่จอดรอรับนักเรียนกลับบ้าน บริเวณหน้า โรงเรียนอนุบาลจันทร์อัมพร ถ.พหลโยธิน ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิกู้ภัยสว่างรัตนตรัยธรรมสถานสระบุรีรุดไปที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุพบ รถตู้โดยสาร ป้ายเหลือง หมายเลขทะเบียน 10-2793 ลพบุรี สีขาว ซึ่งวิ่งรับส่ง ผู้โดยสาร ระหว่าง กรุงเทพฯ-ลพบุรี พุ่งชนท้ายรถตู้ที่จอดอยู่บริเวณข้างทาง รถเก๋ง และรถกระบะ รวม 3 คันรวด ที่รอรับนักเรียนกลับบ้าน ส่งผลให้รถพังเสียหาย นอกจากนี้ยังมีผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บติดภายใน เนื่องจากขาไปติดอยู่ที่หน้าคอนโซลรถตู้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งนำอุปกรณ์ตัดถ่างเข้าให้ความช่วยเหลือ ซึ่งได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย จำนวน 2 ราย และยังมีผู้โดยสารที่เป็นเด็กอายุ 8 เดือน ได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ เจ้าหน้าที่เร่งนำส่ง รพ.สระบุรี

จากการสอบถามผู้โดยสารที่มากับรถตู้ เล่าว่า สังเกตคนขับได้ขับรถเร็วและได้ขับรถซิกแซกมาโดยตลอด พอใกล้ถึงที่เกิดเหตุ ได้เห็นคนขับรถตู้โดยสารคุยโทรศัพท์ สักพักได้ยินเสียงเบรกและรถตู้ได้เสียหลักไปชนรถที่จอดข้างทางทีเดียว 3 คันรวด ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจที่เกิดเหตุเบื้องต้น และคุมตัวคนขับรถโดยสารไปสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป

ล่าสามีหึงโหด ! เเทงแม่ค้าก๋วยเตี๋ยว 8 แผล จมกองเลือด ดับคาที่

ที่ จ.นครราชสีมา สามีหึงโหดใช้มีดแทง แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวมหาเสน่ห์ 8 แผล เหตุระแวงกลัวปันใจให้ชายอื่น

เวลา 00.10 น. วันที่ 3 พ.ย. 60 ตำรวจ สภ.โนนไทย จ.นครราชสีมา พร้อมหน่วยกู้ภัยฮุก 31 จุดโนนไทย ไปตรวจสอบเหตุใช้อาวุธมีดแทงกันตาย ที่ถนนในหมู่บ้านหอกลอง (หอ-กลอง) ต.ด่านจาก อ.โนนไทย พบผู้เสียชีวิตเป็นหญิงสาว ทราบชื่อว่า น.ส.ศรีสุดา อายุ 34 ปี อาชีพแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยว สภาพศพถูกแทงด้วยอาวุธมีดปลายแหลมตามร่างกาย 8 แผล มีแผลฉกรรจ์บริเวณด้านหลังทะลุขั้วหัวใจ นอนเสียชีวิตจมกองเลือด

สอบสวนพยานแวดล้อมทราบว่า ผู้ตายและสามี ทราบชื่อว่า นายโม กลับจากดื่มเหล้าฉลองวันเกิดที่บ้านเพื่อน มีอาการมึนเมาทั้งคู่ เกิดมีปากเสียงทะเลาะกันกลางทาง สาเหตุจากฝ่ายชายหึงหวงภรรยา ที่เป็นคนหน้าตาดี

แม้จะมีลูกด้วยกัน 1 คน แต่ยังสาวยังสวย เป็นแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวมหาเสน่ห์ เป็นที่หมายปองของหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ ทั้งคู่มักทะเลาะกันเป็นประจำ กระทั่งเกิดเหตุสลดในที่สุด หลังกระหน่ำแทงภรรยาเสียชีวิตคาที่ นายโม สามีโหดถืออาวุธมีดยาว 1 ฟุต วิ่งหลบหนีเข้าป่ามันสำปะหลัง ตำรวจกำลังตามล่าตัวมาดำเนินคดี