ส.ต.ท. ยิงตัวตายคาบ้าน โพสต์ตัดพ้อ คนไม่รักให้แค่ไหนก็ไม่รัก

ส.ต.ท. จ่อยิงหน้าผากฆ่าตัวตายคาบ้าน ก่อนหน้านี้เคยโพสต์ตัดพ้อ คนไม่รักต่อให้ดูแลดีทุกๆ อย่าง ให้แค่ไหนก็ไม่รัก คาดมีปัญหาเรื่องความรัก

(16 ส.ค.) เมื่อเวลา 01.30 น. ร.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ ปิยเฉลิมชัย รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครราชสีมา รับแจ้งมีเหตุคนเสียชีวิตภายบ้าน หมู่ 2 ต.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.ต.โกวิทย์ ศรีพิบูลย์ สวป. แพทย์เวร รพ.มหาราช นครราชสีมา เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 นครราชสีมา และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างเมตตา

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียวที่สร้างแยกออกมาจากตัวบ้าน พบศพ ส.ต.ท.อธิวัฒน์ อายุ 29 ปี ผบ.หมู่ งานป้องกันปราบปราม สภ.บำเน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ใช้อาวุธปืนสั้น ขนาด .38 จ่อยิงเข้าที่หน้าผากตัวเองเสียชีวิต อยู่บนเตียงนอนภายในห้องในสภาพใช่ชุดครึ่งท่อนกางเกงสีกากี สื้อยืดสีฟ้า คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่เกิน 24 ชั่วโมง ตรวจสอบพบที่มือข้างขวายังถืออาวุธที่ใช้สังหารไว้ ในที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้ เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจสอบเก็บอาวุธปืน พร้อมเก็บรายละเอียดไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถาม นายประสันต์ อายุ 62 ปี ผู้เป็นพ่อ เปิดเผยว่า ปกติลูกชายทำงานอยู่ที่ สภ.บำเน็จณรงค์ จะกลับมาพักที่บ้านช่วยวันหยุดเสาร์อาทิตย์ โดยก่อนที่จะมาพบศพ เห็นว่าลูกชายอยู่ในบ้านปิดเงียบล๊อคจากข้างใน ซึ่งช่วงเช้าวันที่ 15 ส.ค. ยังมีเพือนลูกชายมาเรียกออกไปธุระข้างนอกบ้านอยู่ จากนั้นก็ไม่ทราบว่าเข้ามาในบ้านเวลาใด และในช่วงเย็นก็มาดูรอบหนึ่งแล้วเห็นนอนอยู่ก็ไม่คิดว่าเป็นอะไร จนช่วงกลางดึก หมาเห่าเสียงดังจึงเอะใจออกมาใช้ไฟฉายส่งผ่านหน้าต่างเข้าไปเห็นนอนเอาผ้าปิดหน้าเรียกไม่ตอบรับ จึงงัดประตูเข้าไปดูถึงรู้ว่าเสียชีวิตแล้ว

ส่วนสาเหตุที่คิดสั้นคนในครอบครัวไม่มีใครรู้ เนื่องจากผู้ตายเป็นคนเก็บตัวเงียบ มีปัญหาอะไรไม่ค่อยปรึกษาคนในบ้าน จึงยังไม่ทราบสาเหตุการคิดสั้น แต่จากการตรวจสอบเฟซบุ๊กของผู้ตาย พบว่าเมื่อประมาณ 2 อาทิตย์ก่อน มีการเคลื่อนไหวได้แชร์โพสต์ถึงเฟซบุ๊กเพื่อนคนอื่นๆ รวม 4 คน ข้อความตัดพ้อเกี่ยวกับความรักทำนองว่า คนไม่รักต่อให้ดูแลดีทุกๆ อย่าง ให้แค่ไหนก็ไม่รัก

จากการสอบถามญาติทราบว่า ผู้ตายกำลังคบหาดูใจกับเพื่อนสาวทำงานที่ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในโคราช เคยมาหากันที่บ้านหลายครั้งแต่ช่วยหลังหลายไป ซึ่งอาจจะมีปัญหาเรื่องความรักไม่กล้าปรึกษาใคร จนนำมาซึ่งการคิดสั้นดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สืบหาสาเหตุให้แน่ชัดต่อไป

รองผบ.กกล.สุรนารี บินให้กำลังใจครอบครัว “ผอ.อ้อย” ลั่นไม่เลี้ยงทหารเลว

ร่ำไห้! แม่ผอ.อ้อย วอน รอง ผบ.กองกำลังสุรนารีช่วยตามหาลูกสาวที่หายไป ด้านกองกำลังสุรนารีประกาศไม่อุ้มคนผิด ตะเพิดทหารร้อยเอกเจ้าปัญหาออกนอกพื้นที่แล้ว

(15 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานงานว่า จากกรณีที่ น.ส.จุฑาภรณ์ หรือ อ้อย ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำ ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. 2560 ที่ผ่านมา ซึ่ง พล.ต.ต.สุรเดช เด่นธรรม ผบก.ภ.จ.ศรีสะเกษ ได้ตั้งชุดทำงานคลี่คลายคดีนี้ และได้ออกหมายเรียกให้ ร.อ.ศุภชัย ภาโส นายทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 6 จ.อุบลราชธานี มารับทราบข้อกล่าวหา 4 ข้อกล่าว ตามข่าวที่ไดนำเสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 10.00 น. (15 ส.ค.) ที่บริเวณสนามหน้า ร.ร.บ้านซำเม็ง ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พ.อ.สรชัช สุทธิสนธ์ รอง ผบ.กองกำลังสุรนารี และคณะ ได้เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์มาเยี่ยมให้กำลังใจแก่ นายบุญเลิศ อายุ 62 ปี และนางแหลม อายุ 60 ปี พ่อและแม่ของ น.ส.จุฑาภรณ์ อายุ 37 ปี ที่หายตัวไป โดยขณะนี้ระยะเวลาที่หายตัวไปนานกว่า 1 เดือน 12 วันแล้ว ยังไม่วี่แววว่าจะพบตัวของ น.ส.จุฑาภรณ์แต่อย่างใด ซึ่ง พ.อ.สรชัช ได้พบกับพ่อแม่ของ น.ส.จุฑาภรณ์ และปรากฏว่า นางแหลม ได้ร่ำไห้ออกมาอย่างน่าเวทนาต่อหน้าคณะนายทหารและบรรดาประชาชนทั่วไปที่มาให้กำลังใจ

นางแหลม กล่าวว่า ขณะนี้ตนและญาติพี่น้องทุกคนมีความห่วงใย น.ส.จุฑาภรณ์ เป็นอย่างมาก เพราะว่ามีความเป็นห่วงมาก จะเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ขอให้พบตัวของ น.ส.จุฑาภรณ์ บรรดาญาติพี่น้องได้พากันออกเดินลุยป่าที่สงสัยว่าจะเป็นที่ซุกซ่อนตัวของ น.ส.จุฑาภรณ์ หลายวันติดต่อกันแต่ว่าไม่พบ ขอให้ รอง ผบ.กองกำลังสุรนารี และคณะได้ช่วยติดตามหาตัวของ น.ส.จุฑาภรณ์ ให้ด้วย

พ.อ.สรชัช สุทธิสนธ์ รอง ผบ.กองกำลังสุรนารี กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ธเนศ วงศ์ชะอุ่ม ผบ.กองกำลังสุรนารี ให้มาเยี่ยมให้กำลังใจแก่ครอบครัวของ น.ส.จุฑาภรณ์ ตนขอยืนยันว่า ทหารจะไม่ปกป้องคนผิดอย่างเด็ดขาด เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนบุคคล ผิดถูกอย่างไรว่ากันไปตามกฏหมาย และยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับส่วนราชการอื่น ๆ ในการสอบสวนและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ทางหน่วยทหารยินดีที่จะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

ส่วนเรื่องการดำเนินคดีให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ขณะนี้ได้มีการสั่งการให้ ร.อ.ศุภชัย ภาโส ออกไปนอกพื้นที่แล้ว เพื่อให้บรรดาญาติพี่น้องของ น.ส.จุฑาภรณ์ มีความนสบายใจ ตนขอยืนยันว่า กองทัพบกมีเกียรติและศักดิ์ศรี ไม่มีการเข้าข้างคนผิดอย่างแน่นอน ขณะนี้รอผลการสอบสวนของทางพนักงานสอบสวน และจะมีการดำเนินการสอบสวนทางวินัยกับ ร.อ.ศุภชัย ต่อไป

เรียกทหารยศ “ร้อยเอก” รับทราบข้อหา คดีอุ้ม ผอ.สาวหายตัวนานกว่า 1 เดือน

ตร.ออกหมายเรียกทหารยศ ‘ร้อยเอก’ สอบคดี ผอ.สาวหายตัวนานกว่า 1 เดือน พบอีกเส้นทางการเงินที่เจ้าตัวไลน์ขอยืมครอบครัวกว่า 3 แสนบาท โอนเข้าบัญชีร้อยเอก

จากกรณี น.ส.จุฑาภรณ์ ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ขับรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กษ 8201 เชียงใหม่ หายตัวไปอย่างลึกลับตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. ที่ผ่านมา นานกว่า 1 เดือนเศษ ซึ่งพ่อแม่ญาติพี่น้องเข้าแจ้งความที่ สภ.บึงมะลู เพื่อให้เจ้าหน้าที่ ตร.ช่วยติดตามหาตัว น.ส.จุฑาภรณ์

ล่าสุด เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 60 ที่บ้านซำเม็ง ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ บ้านของนายบุญเลิศ อายุ 62 ปี และนางแหลม อายุ 60 ปี พ่อและแม่ของ น.ส.จุฑาภรณ์ มีบรรดาญาติพี่น้องพากันมาสอบถามความคืบหน้าของการติดตามหาตัว น.ส.จุฑาภรณ์

นางแหลม แม่ของ น.ส.จุฑาภรณ์ กล่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า ในวันแม่ของทุกปี น.ส.จุฑาภรณ์ หรือ อ้อย จะพาน้องใบเฟิร์น อายุ 8 ขวบ ซึ่งเป็นลูกสาวเพียงคนเดียว มากราบตนในฐานะแม่ใหญ่ทุกปี โดยจะซื้อขนมนมเนยและอาหารมากินกันในวันแม่ทุกปี แต่ว่าปีนี้ใกล้จะถึงวันแม่แล้ว อ้อยมาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่สามารถติดต่อได้ จึงอยากขอให้อ้อยติดต่อกลับมาหาแม่โดยด่วนที่สุดด้วย จะเป็นตายร้ายดีแม่ก็รักลูกเหมือนเดิม

ขณะที่ พ.ต.ท.ปิยวัฒน์ ตอสูงเนิน รอง ผกก.(สส.) สภ.บึงมะลู เจ้าของคดีนี้ กล่าวว่าได้ทำเรื่องขออายัดรถเก๋งของน.ส.จุฑาภรณ์ ที่ตรวจพบขณะกำลังทำสีอยู่ที่อู่รถแห่งหนึ่งที่ จ.อุบลราชธานี แล้ว ทีมสืบสวนทราบว่ามีนายทหารคนหนึ่งนำรถของน.ส.จุฑาภรณ์ มาขายให้กับเสี่ย ต.พ่อค้ารถยนต์มือสอง พร้อมนำรถมาให้ช่างอู่เคาะพ่นสีไม่มีชื่อ จ.อุบลราชธานี ขัดลอกทำสีรถใหม่ จึงมาอายัดรถและเข้าตรวจร่องรอยหาหลักฐาน ซึ่งพบเอกสารของ อบต.ชำ ขวดนม ของใช้ส่วนตัวของ น.ส.จุฑาภรณ์ จึงได้ยึดรถคันดังกล่าว ใช้เป็นหลักฐานประกอบสำนวนการสอบสวน

ด้าน เสี่ย ต.เปิดเผยว่า ซื้อรถมาจากน้องที่เป็นนายหน้าหาซื้อรถตามบ้านแล้วนำมาขายต่อให้ตน ส่วนรถคันนี้ น้องคนดังกล่าว ติดต่อซื้อขายผ่านเฟซบุ๊ก หลังตกลงราคาได้ ก็นำชุดโอนลอยรถมาให้ตน ตนก็จ่ายเงินให้กับนายหน้าไป โดยตนไม่รู้จักหรือเคยคุยกับ ผู้ขายรถมาก่อน ยกเว้นน้องคนที่เป็นนายหน้าเอามาขายให้เท่านั้น เมื่อเกิดเรื่องขึ้นตนก็ยินดีให้ความร่วมมือให้เป็นไปตามกฎหมาย เพราะตนก็ซื้อรถมาอย่างถูกต้องเช่นกัน

ส่วนทางด้านคดี เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดี นำเอาหมายเรียก ผู้ต้องหา ขอความร่วมมือส่งหมายเรียกและแจ้งให้ ผู้ต้องหาตามหมายเรียกมาพบคณะพนักงานสอบสวนไปส่งกรมทหารราบที่ 6 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี โดยมีหมายเรียกไปยังนายทหารยศร้อยเอก คนหนึ่ง ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพ เพื่อให้ไปพบหัวหน้าพนักงานสอบสวน ในวันศุกร์ที่ 11 ส.ค. 60 เวลา 13.30 น. ที่บก.ภ.จว.ศรีสะเกษ ซึ่งปรากฏว่า นายทหารยศร้อยเอกไม่อยู่ ทราบว่าไปปฏิบัติหน้าที่ที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารรับเรื่องไว้ เพื่อดำเนินการแจ้งให้นายทหารยศร้อยเอกผู้ที่ถูกออกหมายเรียกได้รับทราบต่อไป

ขณะเดียวกันจากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีนี้พบว่า เส้นทางการเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารของน.ส.จุฑาภรณ์ที่ใช้ไลน์ขอยืมเงินไปจากญาติพี่น้องของน.ส.จุฑาภรณ์ หลายครั้ง กว่า 300,000 บาทนั้น ถูกโอนเงินต่อไปเข้าบัญชีธนาคารของทหารยศร้อยเอก ซึ่งพนักงานสอบสวนรวบรวมไว้เป็นหลักฐานเพื่อประกอบการดำเนินคดีต่อไปแล้ว ส่วนน.ส.จุฑาภรณ์ ที่หายตัวไปแล้วนั้น ยังไม่รู้ชะตากรรมแต่อย่างใด

ทหารเครียด! คว้า เอ็ม 16 จ่อคางยิงตัวเองดับคาค่าย

ส.อ. ตัดสินใจคว้าปืนเอ็ม 16 จ่อคาง ฆ่าตัวตายคากองร้อยทหาร เพื่อนเผย ผู้ตายบ่นว่าเครียดหลายเรื่อง

เวลา 15.00 น. (11 ส.ค.) พ.ต.ต.พงศ์พันธ์ คำวุ่น สว.(สอบสวน) สภ.เมืองยะลา จ.ยะลา รับแจ้งเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหารใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิต เหตุเกิดภายในฐานกองร้อยลาดตระเวนที่ 2 (ทหารม้า) ภายในโรงสูบน้ำเทศบาลนครยะลา ริมเขื่อนแม่น้ำปัตตานี ต.สะเตง จึงพร้อมผู้เกี่ยวข้องรุดไปสอบสวน พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานยะลา 10 เข้าตรวจสอบพร้อมเก็บหลักฐานเพื่อนำไปพิสูจน์ตามนิติวิทยศาสตร์ถึงสาเหตุการตายที่แน่ชัด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ไม่ให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปทำข่าวบริเวณข้างใน โดยให้รอข้างนอก มีการเฝ้าประตูบริเวณทางเข้า-ออก ตลอดเวลา

ที่เกิดเหตุอยู่ในโรงเรือนนอนภายในฐานที่ตั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจพบศพ ส.อ.ธีรยุทธ อายุ 27 ปี แต่งกายชุดลำลอง ถูกกระสุนปืนเอ็ม 16 เจาะเข้าปลายคาง นอนตายจมกองเลือดอยู่บนพื้น พบอาวุธปืนเอ็ม 16 ตกอยู่ใกล้ ๆ

สอบเบื้องต้น พ.ต.ต.หาญพล รวมด้วง สวป. เปิดเผยว่า ได้สอบถามเพื่อนในค่ายสาเหตุของการเสียชีวิต ทราบว่า ก่อนหน้านั้น ส.อ.ธีรยุทธ โพธิ์งาม มักบ่นให้เพื่อนที่สนิทว่าเครียดจากปัญหาหลายเรื่อง จนกระทั่งก่อนเกิดเหตุ ส.อ.ธีรยุทธ ได้เดินเข้าไปในเรือนนอนแล้วจู่ๆ ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 จ่อยิงตนเองเสียชีวิตดังกล่าว ส่วนความคืบหน้าเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป

มอบตัวแล้ว! นศ.ปทุมวัน มือมีดแทงนศ.อุเทนถวายดับ

นศ.ปทุมวัน มือแทง นศ.อุเทนถวาย ดับ มอบตัว แล้ว – ผบช.น. วอน กำชับ ตร.หามาตรการระยะยาวป้องกันเหตุ

ผู้ปกครองและตัวแทนศิษย์เก่า สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน นำตัวนาย นายศราวุทธ อายุ 25 ปี นักศึกษา สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ผู้ต้องหาตามหมายจับร่วมกับพวกใช้อาวุธมีดแทงคู่อริต่างสถาบันเสียชีวิต บริเวณทางเชื่อมรถไฟฟ้าบีทีเอสสนามกีฬาแห่งชาติ ย่านมาบุญครอง เข้ามอบตัวกับ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน เบื้องต้น นายศราวุธ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพส่วนรายละเอียดทางคดีจะขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติ นายศราวุธ พบว่าถูกจับกุมดำเนินคดีข้อหาฆ่าผู้อื่นเมื่อปี 2551 ในพื้นที่ สน.บึ่งกุ่ม ส่วนอีก 3 ราย ที่ร่วมก่อเหตุ และยังหลบหนี ไม่มีประวัติก่อเหตุอาชญากรรม

ด้าน ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า มาตรการป้องกันการก่อเหตุระยะสั้นว่า ได้กำชับให้จัดเจ้าหน้าที่คอยดูแลก่อนและหลังเลิกเรียนในพื้นที่เสี่ยงจุดต่างๆ/ตรวจค้นตามสถานที่เสี่ยงป้องกันการซุกซ่อนอาวุธไว้ก่อเหตุ ตลอดจนดำเนินการด้านการปกครอง ส่วนมาตรการระยะยาว นำเด็กทั้งสองสถาบันมาทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อละลายพฤติกรรมต่อไป

อินเดียเตรียมยิงช้างป่า หลังอาละวาดฆ่าคนแล้ว 15 ราย

ช้างป่าออกอาละวาดฆ่าคนมาแล้ว 15 ราย ทางตะวันออกของอินเดียในช่วง 1 เดือน อาจจะต้องถูกยิงทิ้ง หากยังไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมช้างป่าได้

นายแอล.อาร์. ซิงห์ หัวหน้าฝ่ายอนุรักษ์สัตว์ป่าและพันธุ์พืช รัฐฌารขัณฑ์ (ชา-ระ-ขัน) ทางตะวันออกของอินเดีย เผยว่า เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าและนายพรานได้ประชุมร่วมกัน หลังช้างป่าตัวหนึ่งออกอาละวาด ทำให้มีเหยื่อผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย เมื่อค่ำวันอังคารที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น (8 ส.ค. 60) โดยช้างป่าตัวนี้ฆ่าคนตายมาแล้ว 4 รายในรัฐพิหาร ก่อนที่จะข้ามเข้ามาในเขตรัฐฌารขัณฑ์ และฆ่าคนไปอีก 11 ราย รวมเป็น 15 ราย ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งช้างป่าตัวนี้แยกออกมาจากโขลงของมันและออกหากินตัวเดียว โดยเฉพาะการบุกเข้าไปในพื้นที่อาศัยของชาวบ้านตามหมู่บ้าน และกระทืบชาวบ้านเสียชีวิต

หัวหน้าฝ่ายอนุรักษ์สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า ชาวบ้านพากันอยู่กันอย่างหวาดผวา จึงต้องดำเนินการอะไรบางอย่าง ซึ่งทีมผู้เชี่ยวชาญและพราน กำลังระดมสมองเพื่อจัดการปัญหานี้ โดยหนึ่งในตัวเลือกคือการยิงทิ้ง ซึ่งจะเป็นทางออกสุดท้าย โดยทีมงานขอเวลาก่อนตัดสินใจในช่วงเวลา 1 – 2 วันนี้

ทั้งนี้ในรัฐฌารขัณฑ์ มีช้างป่าฆ่าคนปีละ 60 คนโดยเฉลี่ย ขณะที่มีผู้เสียชีวิตทั่วประเทศอินเดีย 1,100 ราย จากการถูกช้างและเสือทำร้ายในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

ภาพสะเทือนใจ สุนัขจรจัดคาบทารกถูกทิ้งขอความช่วยเหลือ

ชาวเน็ตจีนแห่แชร์และถูกใจภาพสุนัขจรจัดคาบทารกถูกทิ้ง พาวิ่งหาคนช่วยเหลือ

เมื่อเร็วๆ นี้ มีภาพสุนัขตัวหนึ่งคาบเด็กทารกที่ยังมีสายสะดือยาวห้อยติดเนื้อตัวที่เปลือยเปล่าถูกเผยแพร่ไปบนโลกออนไลน์ของจีน โดยมีการเปิดเผยว่า ขณะนั้นสุนัขตัวดังกล่าวซึ่งเป็นสุนัขจรจัดไปพบทารกที่ยังไม่ได้ตัดสายสะดือรายนี้เข้าโดยบังเอิญ ขณะกำลังรื้อค้นถังขยะเพื่อหาอาหารอยู่

มันจึงคาบทารกที่คาดว่าถูกทิ้งรายนี้ขึ้นมา ก่อนพาวิ่งไปหาครอบครัวที่อยู่ใกล้บริเวณนั้นเพื่อขอให้ช่วยเหลือซึ่งหลังจากครอบครัวดังกล่าวพบเข้าจึงรีบนำตัวเด็กทารกส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจรักษา

ทั้งนี้ ปัจจุบันทารกรายดังกล่าวรอดพ้นจากภาวะอันตรายแล้ว ขณะที่การกระทำของสุนัขตัวนี้ทำชาวเน็ตสะเทือนใจและชื่นชมกันเป็นอย่างมาก บางส่วนบอกว่าบางครั้งการกระทำของสุนัขก็ดีกว่าคน บางส่วนบอกว่าถึงแม้จะเคยโดนสุนัขกัด แต่สุนัขตัวนี้น่าชื่นชม ยกนิ้วให้เลย บ้างบอกว่าหนูน้อย หากหนูเติบใหญ่ โปรดจำไว้นะ นี่แหละผู้มีพระคุณ

เผยคลิปชาวประมงจีนลากฉลามวาฬทั้งเป็นขึ้นฝั่ง เตรียมแล่เนื้อขาย

สื่อประเทศจีนรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ที่เมืองวั่นหนิง มณฑลไห่หนาน เจ้าหน้าที่พบชาวประมงจับฉลามวาฬขึ้นฝั่งอีกครั้ง โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบ และพบฉลามวาฬเคราะห์ร้ายตัวดังกล่าวถูกจับมาฆ่าและแล่เนื้อเพื่อส่งขาย

เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่หน่วยประมงทะเลมณฑลไห่หนาน เปิดเผยว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเกือบ 3 เดือนก่อน และเกิดเหตุขึ้น 2 ครั้ง พร้อมประกาศแจ้งประชาชนหากใครทราบข้อมูลหรือเบาะแสการกระทำดังกล่าวให้รีบติดต่อแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

โดยครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายน มีชาวเน็ตผู้ใช้เว่ยป๋อเผยแพร่ภาพเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ฉลามวาฬตัวหนึ่งถูกจับลากขึ้นฝั่ง ก่อนกลุ่มคนราว 7 คนรุมล้อมลงมือแล่เนื้อ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบแล้ว แต่ยังไม่ได้มีการจับกุมตัวผู้ต้องสงสัย

ครั้งต่อมาเมื่อวันที่ 29 ก.ค. มีคลิปวีดิโอสั้นๆ ความยาวเพียง 10 วินาที ฉลามวาฬตัวหนึ่งพยายามต่อสู้ดิ้นรนเอาชีวิตรอดอยู่บริเวณริมชายฝั่ง ส่วนหางถูกเชือกมัดผูกไว้ ก่อนรถตู้พยายามดึงลากมันขึ้นฝั่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบและพบว่าฉลามวาฬตัวดังกล่าวถูกจับมาฆ่าเพื่อแล่เนื้อขาย

ทั้งนี้ รายงานระบุว่า ที่เมืองเป๋ยไห่ ในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง และมณฑลไห่หนาน เคยพบเหตุการณ์ชาวประมงจับฉลามวาฬมาแล่เนื้อขายหลายครั้ง ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือว่าผิดกฎหมาย เนื่องจากฉลามวาฬเป็นสัตว์สงวนประเภทที่ 2 ของจีน ตามกฎหมายหากมีการล่าจับและจำหน่าย มีโทษจำคุก 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

พบแล้วเก๋งสาวศรีสะเกษ หลังเจ้าตัวหายไปกว่าเดือน

ตำรวจตามพบแล้ว รถเก๋งสาววัย 37 ปี ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ ที่หายตัวไปอย่างลึกลับนานกว่า 1 เดือน แต่ยังไร้วี่แววของเจ้าตัว มุ่งปมขัดแย้งทรัพย์สิน-ชู้สาว

จากกรณีที่ นายบุญเลิศ อายุ 62 ปี ชาว อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วย นายบัวกัน อุ่นอ่อน ผู้ใหญ่บ้าน ม.10 บ้านโนนเจริญ ต.เสาธงชัย ซึ่งเป็นน้องชายและญาติพี่น้องอีก 2 คน ได้เข้าร้องทุกข์กับสื่อมวลชนว่า น.ส.จุฑาภรณ์ อายุ 37 ปี รับราชการในตำแหน่ง ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ ซึ่งเป็นลูกสาวของนายบุญเลิศ ได้หายตัวไปพร้อมด้วยรถยนต์โตโยต้า วีออส สีบรอนซ์เงิน ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. 2560 ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าล่าสุด พล.ต.ต.สุรเดช เด่นธรรม ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ขณะนี้ตรวจยึดรถยนต์โตโยต้า วีออส ที่ น.ส.จุฑาภรณ์ ขับขี่ก่อนจะหายตัวไปได้แล้ว โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ไปทำการตรวจยึดได้จากอู่ทำสีรถแห่งหนึ่งที่ จ.อุบลราชธานี

โดยสภาพของรถพบว่ากำลังอยู่ในขั้นตอนของการทำสีรถใหม่ และเจ้าหน้าที่ได้นำเอารถส่งไปให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้ทำการตรวจสอบหาเบาะแสต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของ น.ส.จุฑาภรณ์ เพื่อประกอบสำนวนคดี

พล.ต.ต.สุรเดช กล่าวต่อไปว่าตนได้สั่งการให้พนักงานสอบสวน สภ.บึงมะลู ซึ่งเป็นเจ้าของคดีนี้ได้ไปทำการสอบสวนว่า รถคันนี้ซึ่งมีการขายต่อกันมาแล้ว 3 ราย โดยรายแรกที่นำเอารถมาขายนั้น เป็นใครมาจากไหนได้รถมาอย่างไร ซึ่งขณะนี้ได้ข้อมูลเบาะแสสำคัญมากหลายส่วนแล้ว โดยตนได้ตั้งประเด็นเอาไว้หลายประเด็นด้วยกันเช่น ชู้สาว ความขัดแย้งเรื่องทรัพย์สิน ปัญหาในการทำงาน ซึ่งทุกประเด็นมีน้ำหนักมากเท่าๆ กัน

ส่วนการที่มีคนมีสีเข้ามาเกี่ยวข้องด้านชู้สาวนั้น ตนไม่รู้สึกหนักใจแต่อย่างใด เพราะว่ากันไปตามพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดี โดยตนได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.นิพนธ์ บุญเกิด รอง ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ เป็นหัวหน้าชุดคลี่คลายคดี ซึ่งคาดว่าจะสามารถจะสรุปผลการสืบสวนได้ในเร็วๆ นี้

กิ๊กหึงโหด! คว้ามีดบุกแทงผัวเก่าถึงโรงพยาบาล ขณะนอนเฝ้าฝ่ายหญิงป่วย

กิ๊กหึงโหดบุกแทงผัวเก่าคาโรงพยาบาล ขณะไปนอนเฝ้าฝ่ายหญิงป่วย เผยจักกันทางแอปไลน์ ก่อนจับได้ว่าฝ่ายหญิงกลับมาคืนดีผัวเก่า ฉุนบุกก่อเหตุขึ้น

เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 7 ส.ค. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.พิชิต เกื้อมา ร้อยเวร สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุแทงกันในโรงพยาบาล มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่โรงพยาบาลทุ่งสง บ้านควนไม้แดง ต.หนองหงส์ อ.ทุ่งสง หลังรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมชุดสืบสวนร่วมกันตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่หน้าประตูห้องผู้ป่วยหญิงสามัญ ชั้น 3 อาคาร 2 ซึ่งเปิดให้ผู้ป่วยที่มารับการรักษาและญาติๆ นอนพัก เนื่องจากที่โรงพยาบาลมีผู้ป่วยจำนวนมากจึงทำให้เตียงคนป่วยไม่เพียงพอ โดยพบว่าพื้นห้องมีรอยเลือดกระเซ็นทั่ว ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำตัวเข้าห้องฉุกเฉินทราบชื่อนายอนุชา อายุ 30 ปี อยู่ถนนท่าแพใต้ ต.ปากแพรก อ.ทุ่งสง มีบาดแผลถูกแทงด้วยมีดปลายแหลมเข้าที่สะบักหลัง 1 แผล

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายอนุชา ผู้บาดเจ็บได้มานอนเฝ้านางสิวาภรณ์ ภรรยา ซึ่งนอนป่วยอยู่ กระทั่งมีคนร้ายทราบชื่อนายธีระพงศ์ อายุ 25 ปี เดินขึ้นบันได พร้อมพุ่งตรงไปที่เตียงนางสิวาภรณ์ ก่อนตะโกนถามว่า จะเอาอย่างไรกัน จากนั้นนายอนุชา จึงลุกเดินพูดคุยกับนายธีระพงศ์

จังหวะที่นายอนุชา หันหลัง นายธีระพงศ์ ได้ชักมีดปลายแหลมแทงหลังนายอนุชา 1 ครั้ง ท่ามกลางความตกใจของคนป่วยรายอื่นๆ รวมทั้งนางสิวาภรณ์ ภรรยาของนายอนุชา หลังก่อเหตุนายธีระพงศ์ หลบหนี เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทราบเหตุ จึงรีบนำตัวคนเจ็บเข้าห้องฉุกเฉิน

ส่วนสาเหตุนางสิวาภรณ์ เผยว่า นายธีระพงศ์ คนร้าย เป็นสามีใหม่ ซึ่งรู้จักกันและพูดคุยกันทางไลน์ ระหว่างที่ตนแยกกันอยู่กับนายอนุชา ซึ่งเป็นสามีเก่า แต่ไม่นานตนกับนายอนุชา เพิ่งกลับมาอยู่ด้วยกัน กระทั่งนางสิวาภรณ์ ป่วยต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล นายอนุชา สามีเก่าจึงมานอนเฝ้า ทำให้นายธีระพงศ์ สามีใหม่ทราบเรื่อง จึงบุกเข้ามาหาด้วยความหึงหวงใช้อาวุธมีดแทงนายอนุชา ก่อนหลบหนีไป เบื้องต้น ทางตำรวจกำลังเร่งตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย